บทความ บทความดีๆ เกร็ดความรู้

ความรู้รอบตัว -Kapook แสนรู้

 

 

 

คลิปไขปริศนาการเกิดว่านจักจั่น ความยาว 3 นาที (น่าชมมากๆ) สารคดีการศึกษาจาก BBC ประเทศอังกฤษ

  

 

 

 

ว่านพญาจักจั่น

ว่านจักจั่น

ว่านจักจั่น

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจหนังสือพิมพ์ไทยรัฐหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และ udon108

          หลังมีข่าวชาวบ้านหลายพื้นที่แห่กันไปขุดหา “ว่านจักจั่น” ด้วยความเชื่อที่ว่า ใครมีไว้บูชาจะทำให้การค้าขายร่ำรวย และยังมีชาวบ้านบางส่วนนำ “ว่านจักจั่น” มาต้มกิน เพื่อรักษาโรค ทำให้หลายคนสงสัยว่า “ว่านจักจั่น” คืออะไรกันแน่ วันนี้กระปุกจึงนำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ “ว่านจักจั่น” มาฝากกันให้คลายสงสัยค่ะ

          ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านนั้น เชื่อว่า “ว่านจักจั่น” หรือ “ว่านต่อเงินต่อทอง” เป็นว่านกึ่งพืชกึ่งสัตว์ ลักษณะเป็นพืชล้มลุก ต้นอยู่บนดิน ส่วนหัวจะโผล่ขึ้นมา มีหลายรูปแบบทั้งคล้ายดอกเห็ดเข็มทอง, ดอกเข็ม, ดอกบัวตูม, แบบเขากวาง และแบบงวงช้าง เมื่อขุดลงไปใต้ดินจะพบรากเกาะกันเป็นกระจุกๆ 2 – 3 ตัว มีขนาดประมาณ 3 – 5 นิ้ว มีลักษณะรูปร่างเหมือนตัวจักจั่นทุกประการ ทั้งหัว ลูกตา ลำตัวที่มีสีขาวและอ่อนนิ่ม รวมทั้งกลิ่นตัว และเสียงร้องที่จะดังขึ้นมาในบริเวณที่มีว่านชนิดนี้ ซึ่งว่ากันว่าหากใครได้ยินเสียงร้องของว่านจักจั่นจะถือว่าโชคดี

          มีคำร่ำลือกันว่า “ว่านจักจั่น” เป็นสิ่งมหัศจรรย์  มักจะโผล่มาเฉพาะหัวเขาเล็กๆ เท่านั้น ซึ่งหาพบได้ยากมาก เพราะมีเทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เฝ้ารักษาอยู่ ถ้าไม่ต้องการให้ผู้ใดพบเห็นก็จะไม่มีทางได้พบเจอ เพราะรุกขเทวดาจะบังตาไว้ ส่วนใหญ่มักขึ้นบริเวณภูเขาควายประเทศลาว และเทือกเขาแดนลาว ชายแดนไทย-ลาว ส่วนที่ประเทศไทยสามารถพบได้ที่ภูกระแต จังหวัดเลย และในอีกหลายพื้นที่ 

ว่านจักจั่น

ว่านจักจั่น

ดร.สายัณห์ สมฤทธิ์ผล ผู้เชี่ยวชาญด้านเชื้อรา ไบโอเทค

          นอกจากนี้ ยังเชื่อกันว่า หากใครนำ “ว่านจักจั่น” ไปบูชาจะมีโชคลาภ ทำมาค้าขึ้น มีเงินมีทอง ได้รับเมตตามหานิยม และยังช่วยให้แคล้วคลาดจากอันตรายต่างๆ ด้วยความที่เป็นของหายาก จึงทำให้หลายๆ คนต่างเสาะแสวงหา ถ้าใครขุดพบก็จะนำ “ว่านจักจั่น” ที่ขุดได้ไปล้างทำความสะอาดเอาดินออก แล้วแช่ในกาวร้อน เคลือบด้วยแลกเกอร์ เพื่อให้สามารถเก็บไว้ได้นาน ก่อนจะเก็บใส่กรอบ และนำไปทำพิธีปลุกเสกไว้เป็นเครื่องรางบูชา ปัจจุบันมีคนประกาศขายตามอินเทอร์เน็ต ในราคาตั้งแต่ 199 ถึงหลักหมื่นบาทเลยทีเดียว ซึ่งก็เป็นที่สนใจของหลายๆ คน ที่อยากได้ “ว่านจักจั่น” ไว้บูชานั่นเอง

          ทั้งนี้ยังมีหลายคนเชื่อว่า นอกจาก “ว่านจักจั่น” จะช่วยบันดาลโชคลาภให้แล้ว ยังเป็นยาขนานเอกที่จะช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้คนป่วยหายได้ด้วย ทำให้มีหลายคน นำ “ว่านจักจั่น” มาต้มน้ำดื่ม จนมีอาการปวดท้อง เวียนศีรษะ ถูกนำส่งโรงพยาบาลกันหลายราย

          ด้วยเหตุนี้ ทำให้ ดร.สายัณห์ สมฤทธิ์ผล นักวิจัยห้องปฏิบัติการราวิทยา ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ต้องออกมาชี้แจง เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับชาวบ้าน ว่า “ว่านจักจั่น” ที่แท้จริงแล้วเป็นซากจักจั่นระยะตัวอ่อน ที่กำลังไต่ขึ้นมาลอกคราบเป็นตัวเต็มวัยเหนือพื้นดิน แต่เกิดติดเชื้อราแมลงที่มีอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ ทำให้จักจั่นตาย โดยเชื้อรานี้ จะแทงเส้นใยเข้าไปเจริญในตัวจักจั่น และดูดน้ำเลี้ยงเป็นอาหาร จนมีโครงสร้างสืบพันธุ์ ทำให้ดูมีลักษณะคล้ายเขาที่บริเวณหัว แต่ไม่ใช่ว่านที่เป็นต้นไม้อย่างที่เข้าใจกัน

          ขณะที่วงจรชีวิตของ “จักจั่น” นั้น เมื่อจักจั่นผสมพันธุ์กันแล้ว จะวางไข่ไว้บนเปลือกไม้ ก่อนร่วงลงสู่พื้นดิน และฝังตัวในระยะตัวอ่อนอยู่ใต้ดินนาน 2 – 17 ปี ทั้งนี้ เมื่อจักจั่นในระยะตัวอ่อนที่กำลังไต่ขึ้นมาลอกคราบเป็นตัวเต็มวัยเหนือพื้นดิน จะเป็นช่วงระยะการเปลี่ยนแปลงร่างกาย อาจทำให้จักจั่นอ่อนแอ ประกอบกับเป็นช่วงต้นฤดูฝน ที่มีความชื้นสูง จึงทำให้จักจั่นมีโอกาสติดเชื้อราแมลงได้

ว่านจักจั่น

          ส่วนเชื้อราที่เกิดบนตัวจักจั่นนั้น ยังไม่สามารถจำแนกสายพันธุ์ได้อย่างแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่า เป็นราสายพันธุ์ คอร์ไดเซฟ โซโบลิเฟอร์รา (Cordyceps sobolifera) ซึ่งก่อนหน้านี้ ในประเทศไทยเคยมีการสำรวจพบราแมลงบนตัวจักจั่นแล้วหลายชนิด 

          และจากข่าวที่ว่า มีชาวบ้านนำว่านจักจั่นที่ขุดได้ มาต้มน้ำดื่ม เพื่อรักษาโรค หรือแม้แต่นำ “ว่านจักจั่น” มาเก็บไว้ใกล้ตัว ในความเป็นจริงอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ทั้งนี้แม้เชื้อราในแมลงจะไม่ก่อโรคในคน แต่คนที่เป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว ก็อาจเกิดอาการแพ้ เพราะราบนตัวจักจั่น อาจยังมีชีวิตอยู่ และสร้างสปอร์ได้ ซึ่งการทำความสะอาด ก็ไม่สามารถช่วยได้ทั้งหมด เพราะยังคงมีเชื้อราหลงเหลืออยู่ หรืออาจทำให้เชื้อราชนิดอื่นมาเจริญเติบโตแทน ซึ่งหากเป็นเชื้อราชนิดที่ก่อโรคในคน ก็อาจทำอันตรายได้เช่นกัน

          “การที่ประชาชนเข้าใจผิดว่า ซากจักจั่นติดเชื้อรา เป็นว่านจักจั่นที่เป็นต้นไม้นั้นไม่ผิด แต่ควรใช้วิจารณญาณตามหลักวิทยาศาสตร์ประกอบ เพราะหากนำว่านจักจั่น (ตามที่ชาวบ้านเรียก) มาบูชาไว้ใกล้ตัว หรือวางไว้ในบ้าน ในบริเวณที่มีความชื้น เชื้อราจะสร้างสปอร์และแพร่กระจายไปทั่ว จนเข้าสู่ปอดและเจริญเติบโตในร่างกายคนได้” ดร.สายัณห์ กล่าว

          และนี่ก็คือ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่อง “ว่านจักจั่น” ซึ่งกำลังเป็นประเด็นที่ทำให้หลายๆ คน เข้าใจคลาดเคลื่อน ทั้งนี้ในความเป็นจริงแล้ว “ว่านจักจั่น” เป็นเพียงจักจั่นที่ติดเชื้อราจนตายแล้วเท่านั้น จึงอาจก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ที่นำ “ว่านจักจั่น” พกติดตัว หรือนำไปรับประทานได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
 

ไมเคิล แจ็คสัน

ไมเคิล แจ็คสัน

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก tmz.com, หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ,มติชนออนไลน์

          กลายเป็นข่าวใหญ่ระดับโลกขึ้นมาทันที หลังนักร้องซุปเปอร์สตาร์ “ไมเคิล แจ็คสัน” เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันด้วยอาการหัวใจวาย ที่นครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐฯ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (26 มิถุนายน) ตามเวลาในประเทศไทย ถือเป็นการปิดตำนานราชาเพลงป๊อบชื่อดัง เจ้าของท่าเต้น “มูน วอล์ค” ด้วยวัย 50 ปี ดังนั้นวันนี้กระปุกจะพาไปย้อนรำลึกถึง “ไมเคิล แจ็คสัน” กันค่ะ

          ไมเคิล แจ็คสัน (Michael Jackson) มีชื่อเต็มว่า ไมเคิล โจเซฟ แจ็คสัน (Michael Joseph Jackson) หรือเรียกย่อๆ ว่า เอ็มเจ (MJ) หรือ แจ็คโก้ (Jacko) เกิดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 1958 (พ.ศ.2501) ที่อินเดียน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเป็นลูกคนที่ 7 ในบรรดาพี่น้อง 9 คน ของ โจเซฟ วอล์เตอร์ และแคทเธอรีน เอสเตอร์

ไมเคิล แจ็คสัน

          เส้นทางสู่นักร้องของไมเคิล แจ็คสัน เริ่มต้นตั้งแต่เขามีอายุได้เพียง 7 ปี เมื่อได้เป็นนักร้องนำของวง “เดอะ แจ็คสัน ไฟว์” (The Jackson 5) และเมื่อเขาอายุ 11 ปี ได้ออกอัลบั้ม “Got to Be There” เป็นอัลบั้มเดี่ยวชิ้นแรกของเขา ซึ่งก็สร้างความตื่นตะลึงให้วงการเพลง เมื่อเพลงของเขาสามารถทะยานขึ้นอันดับ 1 ของชาร์ตได้สำเร็จ ถึง 3 เพลง และในปี พ.ศ.2522 ได้มีผลงานชุด “Off the Wall” ซึ่งทำยอดขายได้กว่า 20 ล้านก็อปปี้ทั่วโลก ก่อนจะมีผลงานชุด “Thriller” ในปี พ.ศ.2525 ซึ่งสามารถจำหน่ายได้ถึง 60 ล้านชุด ทำสถิติเป็นอัลบั้มที่มียอดขายสูงที่สุดในประวัติการณ์ จนกระทั่งปี พ.ศ.2530 ไมเคิลได้ออกอัลบั้ม “Bad” และสร้างสถิติเป็นอัลบั้มที่มีซิงเกิ้ลต่างๆ ขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ในบิลบอร์ดมากที่สุด

ไมเคิล แจ็คสัน

          ในปี พ.ศ.2534 ไมเคิลได้ออกอัลบั้ม “Dangerous” ที่มีเพลง “Black or White” โด่งดังจนติดอันดับ 1 ทั้งในบิลบอร์ดและชาร์ตเพลงทั่วโลก ก่อนที่จะออกอัลบั้ม “History” และส่งให้เพลง “You’re Not Alone” กลายเป็นซิงเกิ้ลแรกในประวัติศาสตร์ที่ติดอันดับ 1 ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่วางจำหน่าย

          ความโด่งดังของ ไมเคิล แจ็คสัน รวมทั้งท่าเต้น “มูน วอล์ค” และ “ลูบเป้า” อันเป็นเอกลักษณ์สร้างชื่อของเขา ทำให้ไมเคิล ได้เดินทางไปเปิดคอนเสิร์ตทั่วโลก รวมทั้งที่ประเทศไทยด้วย โดยไมเคิล แจ็คสัน เคยเดินทางมาเปิดคอนเสิร์ตที่เมืองไทย 2 ครั้ง คือในปี พ.ศ.2536 ที่สนามศุภชลาศัย เป็นการโปรโมตปิดอัลบั้ม Dangerous ซึ่งแฟนเพลงชาวไทยให้ความสนใจอย่างมาก และถือเป็นการแสดงคอนเสิร์ตใหญ่ของนักร้องชาวต่างประเทศระดับโลกครั้งแรกของไทย แต่ก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาเช่นกัน เพราะบางส่วนเห็นว่าท่าเต้น “ลูบเป้า” ไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมไทย ส่วนคอนเสิร์ตครั้งที่ 2 ของไมเคิล แจ็คสัน ในเมืองไทย จัดขึ้นในกลางปี พ.ศ.2538 ที่เมืองทองธานี เพื่อโปรโมตอัลบั้ม History แต่ไม่ได้รับความสนใจเท่าคอนเสิร์ตครั้งแรก

ไมเคิล แจ็คสัน

          นอกจากนี้ชื่อของไมเคิล แจ็คสัน ยังได้ปรากฎอยู่ในเพลง “ทับหลัง” ของวงคาราบาว เมื่อปี พ.ศ.2531 ที่ครั้งนั้น เพลงนี้ ได้ถูกนำไปใช้ในการเรียกร้องทวงคืนทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์จากสหรัฐอเมริกา ในเนื้อร้องว่า “เอาไมเคิล แจ็คสัน คืนไป เอาพระนารายณ์คืนมา”

          ทั้งนี้ เรื่องชีวิตส่วนตัวของไมเคิล นั้น เขาถูกมองว่า ชอบทำตัวเด่นดังและให้เป็นข่าวอยู่เสมอ และใช้ชีวิตอย่างโอเวอร์เกินคนธรรมดา เช่น การซื้อคฤหาสน์ส่วนตัวในชื่อ “Never Land” อีกทั้งยังชอบทำตัวแปลกๆ เช่น การแต่งตัวแปลกๆ ปรากฎในที่สาธารณะ รวมทั้งเคยแต่งตัวเป็นผู้หญิงในห้องน้ำหญิงสาธารณะ หรือการที่เปลี่ยนสีผิวตัวเองจากผิวดำ ให้กลายเป็นผิวขาวซีด และการผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้าด้วยซิลิโคนหลายต่อหลายครั้ง

ไมเคิล แจ็คสัน

          สำหรับชีวิตครอบครัวของ ไมเคิล แจ็คสัน นั้น ไมเคิล ได้แต่งงานกับ “ลิซ่า มี เพรสลีย์” ลูกสาวของราชาเพลงร็อคอย่าง “เอลวิส เพรสลีย์” อย่างกะทันหัน ก่อนที่ทั้งคู่จะเลิกรากันไป เมื่อปี พ.ศ.2539 โดยไม่มีบุตรด้วยกัน แต่จากนั้น ไมเคิล ได้มีบุตร 3 คน โดย 2 คนแรกเกิดจากการผสมเทียม กับภรรยาเก่า “เด็บบี้ โรวว์” โดยลูกชายคนโตชื่อว่า “ปรินซ์ไมเคิลที่ 1″ (Prince Michael Jackson I) ส่วนลูกสาวคนที่สองชื่อ “ปารีส ไมเคิล” (Paris Michael Katherine Jackson) และลูกชายคนเล็กนั้น ชื่อว่า “ปรินซ์ไมเคิลที่ 2″ (Prince Michael Jackson II) โดยที่ไม่เคยมีการเปิดเผยว่าใครเป็นแม่ของเด็ก

ไมเคิล แจ็คสัน กับลูกชายคนโต

ไมเคิล แจ็คสัน

ลูกสาวและลูกชายคนเล็กของไมเคิล แจ็กสัน

          อย่างไรก็ตาม ไมเคิลยังปรากฎเป็นข่าวอยู่เสมอๆ โดยมีข่าวลือเกี่ยวกับตัวไมเคิล ออกมาต่างๆ นานา ทั้งเรื่องที่ว่า เขาป่วยเป็นโรคมะเร็งผิวหนังชนิดหนึ่ง ที่ไม่สามารถทำให้ผิวหนังบางส่วนสามารถผลิตเม็ดสีได้ ส่งผลให้บริเวณนั้นซีดจางกว่าบริเวณอื่น เพราะไมเคิลมักปรากฎตัวด้วยลักษณะคล้ายคนป่วย ซีดเซียว บางครั้งก็นั่งรถเข็น หรือใช้ไม้เท้าช่วยเดิน

          ซ้ำยังมีข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการที่ ไมเคิล ลวนลามเด็กผู้ชายออกมาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2548 ไมเคิล ต้องขึ้นศาลฟังคำพิพากษาในคดีข่มขืนเด็กชายผู้หนึ่ง ซึ่งบทสรุปจบลงที่ศาลจะพิพากษายกฟ้องไป ก่อนจะเป็นข่าวอีกครั้ง หลังไมเคิล อุ้มลูกของตัวเองซึ่งยังเป็นทารกอยู่ ออกมาทักทายแฟนๆ และทำท่าจะทิ้งดิ่งลูกลงมาจากหน้าต่างโรงแรม จนได้รับเสียงตำหนิจากสังคมอย่างหนัก

ไมเคิล แจ็คสัน

ไมเคิลถูกโจมตีอย่างหนัก หลังอุ้มลูกชายอย่างน่าหวาดเสียว

          หลังจากนั้น ข่าวคราวของไมเคิล ได้เงียบหายไปพักหนึ่ง ก่อนไมเคิลจะออกมาประกาศว่า จะกลับคืนสู่เวทีคอนเสิร์ตอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นครั้งแรก ในรอบ 12 ปี ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2552 ซึ่งบัตรชมการแสดงนั้นถูกจำหน่ายหมดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และไมเคิล ยังมีโปรแกรมจะทัวร์คอนเสิร์ตไปต่อเนื่องจนถึงเดือนมีนาคม ปี 2010 อีกด้วย ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งนี้ต้องเพิ่มรอบแสดงเป็น 50 รอบเลยทีเดียว

          แต่ก่อนที่ ไมเคิล แจ็คสัน จะได้กลับขึ้นแสดงคอนเสิร์ตอีกครั้ง แฟนเพลงทั่วโลกกลับต้องได้รับข่าวร้าย เมื่อไมเคิล แจ็คสัน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลยูซีแอลเอ ในนครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐฯ หลังหัวใจหยุดเต้นกระทันหัน ก่อนที่แพทย์ในโรงพยาบาลลอสแองเจลิส จะแถลงยืนยันว่า ไมเคิล แจ็คสัน ได้เสียชีวิตลงเมื่อเวลา 14.26 น. ตามเวลาในท้องถิ่น หรือตรงกับเวลาในประเทศไทย 02.26 น. ของเช้าวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน ด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ในวัย 50 ปี

          ข่าวนี้สร้างความตื่นตะลึงให้คนทั่วโลก และนับเป็นการปิดฉากชีวิตของราชาเพลงป๊อบผู้โด่งดัง ที่เรียกได้ว่า เป็นนักร้องที่ใครๆ ก็รู้จัก และเป็นขวัญใจของใครหลายคนทั่วโลก

 ประวัติ

          ชื่อเต็ม : ไมเคิล โจเซฟ แจ็คสัน (Michael Joseph Jackson)
          ชื่อที่เรียก : ไมเคิล แจ็คสัน (Michael Jackson),เอ็มเจ (MJ),แจ็คโก้ (Jacko)
          วันเกิด : 29 สิงหาคม 1958 (พ.ศ.2501) 
          สถานที่เกิด : อินเดียน่า สหรัฐอเมริกา
          บิดา : นายโจเซฟ แจ็กสัน 
          มารดา : นางแคธารีน แจ็กสัน 
          พี่น้อง : แจ็กสันมีพี่น้อง 9 คน แจ๊กสัน เป็นคนที่ 7 
          ที่อยู่ : คฤหาสน์ “เนเวอร์แลนด์” (คฤหาสน์ผสมสวนสนุก) ลอสแองเจลิส ประเทศหรัฐอเมริกา
          แนวเพลง : ป๊อบ, อาร์แอนด์บี
          อาชีพ : นักร้อง นักแต่งเพลง นักแสดง นักเต้น นักออกแบบท่าเต้น โปรดิวเซอร์เพลง ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2511 – ปัจจุบัน

 ผลงานอัลบั้มเพลง

          พ.ศ.2514 Got to Be There 
          พ.ศ.2515 Ben 
          พ.ศ.2515 A Collection of Michael Jackson′s Oldies 
          พ.ศ.2516 Music and Me 
          พ.ศ.2518 Forever, Michael 
          พ.ศ.2522 Off the Wall 
          พ.ศ.2524 One Day in Your Life 
          พ.ศ.2525 Thriller 
          พ.ศ.2527 Farewell My Summer Love 
          พ.ศ.2530 Bad 
          พ.ศ.2534 Dangerous 
          พ.ศ.2538 History – Past, Present and Future – Book I 
          พ.ศ.2540 Blood on the Dance Floor: HIStory in the Mix 
          พ.ศ.2544 Invincible 
          พ.ศ.2544 Greatest Hits – History Volume I 
          พ.ศ.2546 Number Ones 
          พ.ศ.2547 Michael Jackson: The Ultimate Collection 
          พ.ศ.2548 The Essential Michael Jackson 

images  คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก