<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความ บทความดีๆ เกร็ดความรู้ &#187; การเกิดพายุ</title>
	<atom:link href="http://sanroo.kapook.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://sanroo.kapook.com</link>
	<description>ความรู้รอบตัว -Kapook แสนรู้</description>
	<lastBuildDate>Fri, 30 Oct 2009 10:05:32 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>พายุฤดูร้อน</title>
		<link>http://sanroo.kapook.com/thunderstorms/</link>
		<comments>http://sanroo.kapook.com/thunderstorms/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Mar 2009 07:49:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kanistha</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[Thunderstorms]]></category>
		<category><![CDATA[การเกิดพายุ]]></category>
		<category><![CDATA[พายุฝนฟ้าคะนอง]]></category>
		<category><![CDATA[พายุฟ้าคะนอง]]></category>
		<category><![CDATA[พายุฤดูร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[พายุหมุนเขตร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[พายุโซนร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://sanroo.kapook.com/?p=66</guid>
		<description><![CDATA[ 

เรียบเรียงข้อมูลและภาพประกอบโดยกระปุกดอทคอม
          อากาศร้อนอบอ้าวอยู่ไม่กี่วัน เราก็ได้ยินข่าวคราวพายุฤดูร้อนที่รุนแรงพัดถล่มจังหวัดต่างๆ จนสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนและเรือกสวนไร่นาเป็นจำนวนมาก ทำให้บางคนเกิดความสงสัยว่า &#8220;พายุฤดูร้อน&#8221; คืออะไร วันนี้เรามีความรู้เกี่ยวกับเรื่อง &#8220;พายุฤดูร้อน&#8221; มาฝากกันให้คลายสงสัยค่ะ 
พายุฤดูร้อน คืออะไร
          พายุฤดูร้อน หรือ พายุฟ้าคะนอง (Thunderstorms) เป็นพายุที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อน มักเกิดในราวเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน หรือในช่วงก่อนเริ่มต้นฤดูฝน พายุฤดูร้อนนั้นจะทำให้การหมุนเวียนของอากาศแปรปรวนอย่างรวดเร็ว จึงเป็นสาเหตุให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก ลมพายุพัดอย่างแรง โดยมีฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และฟ้าผ่าเกิดขึ้น หรือในบางครั้งอาจมีลูกเห็บตกลงมาด้วย แต่ฝนที่ตกนั้นจะตกไม่นาน เพียงแค่ประมาณ 2 ชั่วโมงก็จะหยุดไป และกินพื้นที่แคบๆ ประมาณ 10-20 ตารางกิโลเมตร เมื่อฝนหยุดตกแล้วอากาศจะเย็นลง และท้องฟ้าจะเปิดอีกครั้ง

สาเหตุการเกิดพายุฤดูร้อน
          พายุฤดูร้อนจะเกิดในช่วงที่มีอากาศร้อนอบอ้าวติดต่อกันหลายวัน แล้วมีมวลอากาศเย็น หรือที่เรียกว่าความกดอากาศสูงพัดมาปะทะกับมวลอากาศร้อน หรือความกดอากาศต่ำ การที่อากาศสองกระแสมากระทบกัน จะส่งผลให้อากาศในบริเวณนั้นแปรปรวนเกิดความรุนแรงจนกลายเป็นพายุฝนฟ้าคะนองขึ้น
          สำหรับประเทศไทย พายุฤดูร้อนเกิดจากการที่ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคุลมประเทศไทย จึงทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างอากาศที่ร้อนชื้นของประเทศไทยและอากาศที่แห้งและเย็นจากประเทศจีน อากาศเย็นจะผลักให้อากาศร้อนชื้นลอยตัวขึ้นสู่ข้างบนอย่างรวดเร็ว จนเมื่อไอความชื้นขึ้นไปถึงชั้นบรรยากาศก็จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ จนก่อตัวเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นก้อนสีเทาเข้มสูงมากกว่า 10 กิโลเมตร หรือที่เรียกว่าเมฆคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus) ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าแลบและฟ้าผ่าตามมา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> </p>
<div style="text-align: center;"><img style="width: 400px; height: 300px;" src="http://203.150.225.235/img_cms/rain_2.jpg" border="0" alt="พายุฤดูร้อน" width="400" height="300" /></div>
<p><a href="http://www.kapook.com/" target="_blank">เรียบเรียงข้อมูลและภาพประกอบโดยกระปุกดอทคอม</a></p>
<p>          <span style="color: #800080;">อากาศร้อนอบอ้าวอยู่ไม่กี่วัน เราก็ได้ยินข่าวคราวพายุฤดูร้อนที่รุนแรงพัดถล่มจังหวัดต่างๆ จนสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนและเรือกสวนไร่นาเป็นจำนวนมาก ทำให้บางคนเกิดความสงสัยว่า &#8220;พายุฤดูร้อน&#8221; คืออะไร วันนี้เรามีความรู้เกี่ยวกับเรื่อง &#8220;พายุฤดูร้อน&#8221; มาฝากกันให้คลายสงสัยค่ะ </span></p>
<p><span style="font-weight: bold;"><img style="width: 30px; height: 30px;" src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/155112380.gif" border="0" alt="" />พายุฤดูร้อน คืออะไร</span></p>
<p>          <span style="font-weight: bold;">พายุฤดูร้อน</span> หรือ <span style="font-weight: bold;">พายุฟ้าคะนอง (Thunderstorms)</span> เป็นพายุที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อน มักเกิดในราวเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน หรือในช่วงก่อนเริ่มต้นฤดูฝน พายุฤดูร้อนนั้นจะทำให้การหมุนเวียนของอากาศแปรปรวนอย่างรวดเร็ว จึงเป็นสาเหตุให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก ลมพายุพัดอย่างแรง โดยมีฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และฟ้าผ่าเกิดขึ้น หรือในบางครั้งอาจมีลูกเห็บตกลงมาด้วย แต่ฝนที่ตกนั้นจะตกไม่นาน เพียงแค่ประมาณ 2 ชั่วโมงก็จะหยุดไป และกินพื้นที่แคบๆ ประมาณ 10-20 ตารางกิโลเมตร เมื่อฝนหยุดตกแล้วอากาศจะเย็นลง และท้องฟ้าจะเปิดอีกครั้ง<br />
<span style="font-weight: bold;"><br />
</span><span style="font-weight: bold;"><img style="width: 30px; height: 30px;" src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/155112380.gif" border="0" alt="" /></span><span style="font-weight: bold;">สาเหตุการเกิดพายุฤดูร้อน</span></p>
<p>          พายุฤดูร้อนจะเกิดในช่วงที่มีอากาศร้อนอบอ้าวติดต่อกันหลายวัน แล้วมีมวลอากาศเย็น หรือที่เรียกว่าความกดอากาศสูงพัดมาปะทะกับมวลอากาศร้อน หรือความกดอากาศต่ำ การที่อากาศสองกระแสมากระทบกัน จะส่งผลให้อากาศในบริเวณนั้นแปรปรวนเกิดความรุนแรงจนกลายเป็นพายุฝนฟ้าคะนองขึ้น</p>
<p>          สำหรับประเทศไทย พายุฤดูร้อนเกิดจากการที่ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคุลมประเทศไทย จึงทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างอากาศที่ร้อนชื้นของประเทศไทยและอากาศที่แห้งและเย็นจากประเทศจีน อากาศเย็นจะผลักให้อากาศร้อนชื้นลอยตัวขึ้นสู่ข้างบนอย่างรวดเร็ว จนเมื่อไอความชื้นขึ้นไปถึงชั้นบรรยากาศก็จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ จนก่อตัวเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นก้อนสีเทาเข้มสูงมากกว่า 10 กิโลเมตร หรือที่เรียกว่าเมฆคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus) ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าแลบและฟ้าผ่าตามมา และหากอุณหภูมิบนยอดเมฆต่ำกว่า ลบ 60 ถึง ลบ 80 องศาเซลเซียส ก็สามารถทําให้เกิดลูกเห็บตกได้</p>
<p>          ในขณะที่ภาคพื้นดินนั้น อากาศที่ยกตัวขึ้นอย่างฉับพลัน จะทำให้อากาศในบริเวณใกล้เคียงไหลเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นลมพายุ ทำให้เมื่อเกิดพายุฤดูร้อนจะมีลมพายุพัดแรงตามไปด้วยนั่นเอง</p>
<div style="text-align: center;"><img style="width: 301px; height: 400px;" src="http://203.150.225.235/img_cms/rain_1.jpg" border="0" alt="พายุฤดูร้อน" width="301" height="400" /></div>
<p><span style="font-weight: bold;">ลักษณะอากาศก่อนเกิดพายุฤดูร้อน</span></p>
<p>          <span style="color: #800080;">สัญญาณที่จะบ่งบอกว่าพายุฤดูร้อนกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว ก็คือ สภาพอากาศในช่วงนั้นจะร้อนอบอ้าวติดต่อกันหลายๆ วัน มีความชื้นในอากาศสูงจนรู้สึกเหนียวตัว ลมค่อนข้างสงบ ท้องฟ้าขมุกขมัว และมีเมฆมากเมฆจะสูงและมีสีเทาเข้ม ต่อมาลมจะพัดแรงขึ้นไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ก่อนที่เมฆจะก่อตัวหนาแน่นอย่างรวดเร็ว จนเกิดฟ้าแลบ และฝนฟ้าคะนองในระยะไกล สุดท้ายแล้วจะกลายเป็นพายุฝนฟ้าคะนองตามมา </span></p>
<p><span style="font-weight: bold;"><img style="width: 30px; height: 30px;" src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/155112380.gif" border="0" alt="" /></span><span style="font-weight: bold;">พื้นที่ที่เสี่ยงเกิดพายุฤดูร้อน</span></p>
<p>          เนื่องจากมักมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน จึงเกิดการปะทะกันของมวลอากาศร้อนที่ปกคลุมอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ทำให้พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งอยู่ใกล้ประเทศจีนมากกว่าภาคอื่นๆ เสี่ยงต่อการเกิดพายุฤดูร้อนมากที่สุด หรือบางครั้งอาจได้รับอิทธิพลจากคลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศพม่าเข้ามาเสริม จึงยิ่งทำให้เกิดพายุ ลมกรรโชกแรงมากขึ้น</p>
<p>          ขณะที่ภาคกลางและภาคตะวันออก มีโอกาสเกิดพายุฤดูร้อนได้น้อยกว่า เช่นเดียวกับภาคใต้ที่สามารถเกิดพายุฤดูร้อนได้เช่นกัน แต่ไม่บ่อยนัก</p>
<p><span style="font-weight: bold;"><img style="width: 30px; height: 30px;" src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/155112380.gif" border="0" alt="" /></span><span style="font-weight: bold;">การเตรียมรับมือและป้องกันภัยจากพายุฤดูร้อน</span></p>
<p>          หากอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อภัยพายุฤดูร้อน ควรเตรียมรับมือดังนี้</p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann-12.gif" border="0" alt="" /> ติดตั้งสายล่อฟ้าในอาคารสูงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากฟ้าผ่า</p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann-12.gif" border="0" alt="" /> หมั่นติดตามสภาวะอากาศ และฟังคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอยู่เสมอ</p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann-12.gif" border="0" alt="" /> หากมีประกาศเตือนภัยให้เก็บสิ่งของที่มีน้ำหนักเบาสามารถปลิวตามลมได้ไว้ในที่มิดชิด</p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann-12.gif" border="0" alt="" /> ตรวจสอบความแข็งแรงมั่นคงของบ้านเรือน หลังคา อาคารต่างๆ ให้เรียบร้อย เพราะจะเกิดลมพายุอย่าง<br />
          รุนแรงพัดเข้ามาด้วย ซึ่งอาจทำให้หลังคาบ้านปลิวไปพร้อมกับลม หรืออาจมีลูกเห็บตกลงมาทะลุหลังคาบ้าน<br />
          ได้ หากประตูหรือหน้าต่างไม่แข็งแรง ควรใช้ไม้ทาบตีตะปูปิดตรึงไว้ เพื่อป้องกันแรงลมหอบพัดบ้านเรือนพัง<br />
          เสียหาย</p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann-12.gif" border="0" alt="" /> หากพบต้นไม้ สายไฟเกี่ยวกิ่งไม้  ป้ายโฆษณา ฯลฯ ที่อยู่ในสภาพไม่ปลอดภัยควรแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยว<br />
          ข้องให้มาปรับปรุงแก้ไขโดยเร็ว</p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann-12.gif" border="0" alt="" />เตรียมป้องกันภัยให้สัตว์เลี้ยง และพืชผลการเกษตร เกษตรกรควรจัดทำที่ค้ำยันต้นไม้ โดยเฉพาะกิ่งที่<br />
          กำลังผลิดอกออกผล</p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann-12.gif" border="0" alt="" /> หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น ออกกำลังกาย ขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง</p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann-12.gif" border="0" alt="" /> หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด รวมทั้งโทรศัพท์ เมื่อเกิดฝนฟ้าคะนอง</p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann-12.gif" border="0" alt="" /> จัดเตรียมอาหารแห้ง ยารักษาโรค ตะเกียง ไฟฉาย ไม้ขีดไฟ และวิทยุพกพาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน</p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann-12.gif" border="0" alt="" /> หลังพายุสงบ หากพบต้นไม้ในบริเวณบ้านโค่นล้ม ให้รีบตัดทิ้งทันที หรือหากพบเห็นเสาไฟฟ้าล้มหรือมี<br />
          สายขาด ควรแจ้งเจ้าหน้าที่มาดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว<br />
<span style="font-weight: bold;"><br />
<img style="width: 30px; height: 30px;" src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/155112380.gif" border="0" alt="" /></span><span style="font-weight: bold;">วิธีหลีกเลี่ยงอันตรายจากพายุและฟ้าผ่า เมื่อต้องอยู่ในที่โล่งแจ้ง</span></p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann-12.gif" border="0" alt="" /> หากอยู่ในที่โล่งแจ้ง ให้นั่งกอดเข่า โน้มตัวไปข้างหน้า โดยพยายามให้เท้าติดดินน้อยที่สุด และไม่ควร<br />
          นอนราบกับพื้น เพราะพื้นที่เปียกจะเป็นสื่อนำไฟฟ้ามาทำอันตรายได้</p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann-12.gif" border="0" alt="" /> ไม่ควรหลบใต้ต้นไม้ใหญ่ เพราะฟ้าอาจจะผ่าลงมาได้ เนื่องจากฟ้าจะมักผ่าลงมาในจุดที่สูงมากกว่า รวม<br />
          ทั้งป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ เสาไฟฟ้า เพราะเสี่ยงต่อการถูกล้มทับได้</p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann-12.gif" border="0" alt="" /> ควรหลบในอาคาร หรือในรถยนต์ แต่ห้ามอยู่ใกล้ผนังอาคาร และอย่าแตะตัวถังรถเป็นอันขาด เพราะหาก<br />
          เกิดฟ้าผ่าขึ้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวนำกระแสไฟฟ้าเข้าถึงตัวได้</p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann-12.gif" border="0" alt="" /> ไม่ใส่เครื่องประดับโลหะ รวมทั้งถือวัตถุที่เป็นโลหะ เช่น ทองคำ ทองแดง เงิน เมื่อต้องอยู่กลางแจ้ง<br />
          ขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากโลหะสามารถนำไฟฟ้าได้</p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann-12.gif" border="0" alt="" /> งดเว้นการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด และโทรศัพท์มือถือชั่วคราว เพราะในช่วงที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง มัก<br />
          เกิดฟ้าผ่า อาจทำให้เกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้</p>
<p> </p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก</p>
<p>- <a href="http://thainews.prd.go.th/life/disaster/storms.htm">thainews.prd.go.th</a><br />
- <a href="http://www.tmd.go.th/info/info.php">tmd.go.th</a><br />
- <a href="http://www.cmmet.tmd.go.th/met/natural_danger.php">cmmet.tmd.go.th</a><br />
- <a href="http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?ColumnId=70499&amp;NewsType=2&amp;Template=1">dailynews.co.th</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://sanroo.kapook.com/thunderstorms/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สตอร์ม เซิร์จ</title>
		<link>http://sanroo.kapook.com/stormsurge/</link>
		<comments>http://sanroo.kapook.com/stormsurge/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Oct 2008 08:58:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kanistha</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[Storm Surge]]></category>
		<category><![CDATA[การเกิดพายุ]]></category>
		<category><![CDATA[คลื่นพายุหมุน]]></category>
		<category><![CDATA[นาร์กีส]]></category>
		<category><![CDATA[พายุนาร์กีส]]></category>
		<category><![CDATA[พายุหมุน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[สตอร์ม เซิร์จ]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://sanroo.kapook.com/?p=24</guid>
		<description><![CDATA[

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

         หลังจากที่ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ออกมากล่าวเตือน แนวชายฝั่งอ่าวไทย 3 จังหวัด คือ สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม รวมถึงบริเวณชายฝั่งทะเลในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ระวังวิบัติภัยจากสตอร์ม เซิร์จ (Storm Surge)  ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นช่วงอันตรายอย่างยิ่ง จากความเร็วของแรงลมที่ 118 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะส่งผลให้คลื่นสูงเฉลี่ย 2.2-4.5 เมตร ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงๆ ความรุนแรงอาจเท่าพายุนาร์กีสเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามข่าวดังกล่าวได้สร้างความแตกตื่นกันไม่น้อย กับปรากฎการณ์ สตอร์ม เซิร์จ (Storm Surge)  หรือ พายุหมุน หรือ คลื่นซัดเข้าชายฝั่ง 
         เชื่อหรือไม่ว่า ปรากฎการณ์ Storm Surge เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาแล้ว! และเคยเกิดบ่อยครั้งด้วย ซึ่งแต่ละครั้งก็นำมาซึ่งความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง&#8230;.
         ย้อนกลับไปเมื่อปี 2532 เกิดพายุไต้ฝุ่น เกย์ (คุ้นๆ ใช่ไหมล่ะ) พัดถล่ม จังหวัดชุมพร มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน ต่อมาปี 2540 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img style="width: 300px; height: 225px;" src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/other/278635_cyclone_wideweb__430.jpg" border="0" alt="Storm Surge" width="300" height="225" /><br />
<img style="width: 300px; height: 274px;" src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/other/katrina-storm-surge.jpg" border="0" alt="Storm Surge" width="300" height="274" /></p>
<p><span style="color: #000080;"><span style="color: #000000;">เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม<br />
ขอขอบคุณภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต</span></p>
<p></span><br />
         หลังจากที่ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ออกมากล่าวเตือน แนวชายฝั่งอ่าวไทย 3 จังหวัด คือ สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม รวมถึงบริเวณชายฝั่งทะเลในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ระวังวิบัติภัยจากสตอร์ม เซิร์จ (Storm Surge)  ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นช่วงอันตรายอย่างยิ่ง จากความเร็วของแรงลมที่ 118 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะส่งผลให้คลื่นสูงเฉลี่ย 2.2-4.5 เมตร ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงๆ ความรุนแรงอาจเท่าพายุนาร์กีสเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามข่าวดังกล่าวได้สร้างความแตกตื่นกันไม่น้อย กับปรากฎการณ์ สตอร์ม เซิร์จ (Storm Surge)  หรือ พายุหมุน หรือ คลื่นซัดเข้าชายฝั่ง </p>
<p>         <strong>เชื่อหรือไม่ว่า ปรากฎการณ์ Storm Surge เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาแล้ว! และเคยเกิดบ่อยครั้งด้วย ซึ่งแต่ละครั้งก็นำมาซึ่งความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง&#8230;.</strong></p>
<p>        <span style="color: #0000ff;"> </span><span style="color: #800080;">ย้อนกลับไปเมื่อปี 2532 เกิดพายุไต้ฝุ่น เกย์ (คุ้นๆ ใช่ไหมล่ะ) พัดถล่ม จังหวัดชุมพร มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน ต่อมาปี 2540 พายุลินดา ก็พัดซ้ำรอยเดิม ใน จังหวัดชุมพร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  และจังหวัดเพชรบุรี ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตน้อยกว่า ทว่าก็สร้างความเสียหายมากครั้งหนึ่งเช่นกัน และครั้งสำคัญในปี 2505 พายุที่แหลมตะลุมพุก อันเกิดจากพายุโซนร้อนแฮเรียต ได้กลายเป็นประวัติศาสตร์อันน่าโศกเศร้า ยังมาซึ่งความเสียหายต่อชีวิต และภูมิประเทศ โดยในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตกว่าพันคน!!!<br />
</span><br />
         หันมาดูในฝั่งกรุงเทพฯ กันบ้าง เมื่อปี 2504  Storm Surge ก็เคยมีปรากฏการณ์เกิดพายุใหญ่ซัดเข้ามาในอ่าวไทย จนเกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯ เช่นกัน และในปี 2526 ก็เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่าฝนพันปี มีน้ำท่วมและขังในพื้นที่นาน ที่สำคัญ การเกิดขึ้นของพายุได้สร้างความเสียหายต่อการกัดเซาะชายฝั่งของกรุงเทพฯ จนเป็นพื้นที่ที่เรียกว่าทะเลตรม และไม่สามารถป้องกันน้ำทะเลได้ในหลายจุด </p>
<p>         อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเริ่มรู้สึกว่า Storm Surge เป็นเรื่องใกล้ตัวกันบ้างแล้วใช่ไหมหล่ะคะ . . . แล้ว Storm Surge เกิดขึ้นได้อย่างไรกัน??? <strong>…เรื่องนี้ นาวาเอก กตัญญู ศรีตังนันท์ ผู้บังคับหมวดเรืออุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ให้คำอธิบายว่า…<br />
</strong><br />
         Storm surge คือ ปรากฏการณ์คลื่นที่เกิดขึ้นพร้อมกับพายุหมุนโซนร้อน ที่ยกระดับน้ำทะเลให้สูงขึ้นกว่าปกติ อันเนื่องมาจากความกดอากาศต่ำที่ปกคลุม ณ บริเวณนั้น ซึ่งเวลาที่หย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวผ่านไปพร้อมกับศูนย์กลางของพายุ ทำให้แรงกดนั้นยกระดับน้ำจนกลายเป็นโดมน้ำขึ้นมา โดยเคลื่อนตัวจากทะเลซัดเข้าหาชายฝั่ง</p>
<p>         <span style="color: #800000;">ที่สำคัญยิ่งความกดอากาศต่ำเท่าไร ก็จะทำให้เกิดปรากฏการณ์คลื่นพายุหมุนมากเท่านั้น หากจะวัดเป็นตัวเลข ก็มีความหมายว่า ความกดอากาศต่ำที่ลดลง 1 มิลลิบาร์ จะทำให้น้ำทะเลสูงขึ้น 1 เซนติเมตร<br />
</span><br />
<strong><img style="width: 21px; height: 21px;" src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/fashion/ann51_1.gif" border="0" alt="" width="28" height="30" /> Storm Surge ร้ายแรงกว่าสึนามิ พอกันกับนาร์กีส</p>
<p></strong></p>
<p align="center"><strong><img style="width: 400px; height: 416px;" src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/other/stormsurge_tide_smaller.jpg" border="0" alt="Storm Surge" width="400" height="416" /></strong></p>
<p>         รูปแบบการเคลื่อนตัวที่เป็นเหมือนคลื่นขนาดใหญ่ แล้วพัดเข้าชายฝั่งของ Storm Surge เป็นลักษณะเดียวกันกับคลื่นยักษ์สึนามิ แต่แตกต่างกันตรงที่ ลักษณะของการเกิด คือ สึนามิ เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ของแผ่นดินไหวใต้ทะเล ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนส่งผลให้เกิดคลื่นขนาดยักษ์ซัดเข้าชายฝั่ง แต่กับ Storm surge จะเกิดขึ้นโดยมีตัวแปรจากพายุ</p>
<p>         <span style="color: #0000ff;">สำหรับ ความเสียหายนั้น ว่ากันว่า Storm surge เลวร้ายมากกว่า กล่าวคือ การเกิดสึนามิจะเกิดขึ้นวันไหนก็ได้ โดยท้องฟ้าอาจจะแจ่มใส อากาศเป็นปกติ เหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วทางฝั่งอันดามันของไทย แต่หากเป็น Storm surge จะเกิดขึ้นพร้อมกับพายุ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นวันที่ท้องฟ้าปั่นป่วน ไม่แจ่มใส สภาพอากาศเลวร้าย มีการก่อตัวของเมฆฝน ฝนตกอย่างหนัก ลมพัดแรง บริเวณชายฝั่งเกิดคลื่นโถมกระแทกอย่างหนัก คลื่นในทะเลสูง แต่เมื่อศูนย์กลางของพายุเคลื่อนเข้ามา ก็จะหอบเอาโดมน้ำขนาดใหญ่ซัดเข้ามาอีกครั้ง ดังนั้น ความเสียหายจึงเพิ่มเป็นทวีคูณ<br />
</span><br />
        <span style="color: #000000;"> อย่างไรก็ตาม แม้จะเลวร้ายมากกว่า แต่ก็สามารถรับมือได้ดีกว่า เพราะเมื่อ Storm surge เกิด มักจะมาพร้อมกับพายุโซนร้อน ดังนั้น เราจะเห็นสัญญาณเตือนหลายอย่าง เช่น การเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา และจากการสังเกตลักษณะอากาศที่จะค่อยๆ เลวร้ายลง ทำให้เรารู้ตัวล่วงหน้าหลายวัน และสามารถหาทางอพยพได้ทัน แต่กับสึนามิอาจจะไม่รู้ได้เลย เพราะบางครั้งก็เกิดขึ้นในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ไม่มีสัญญาณบอกเหตุร้ายแต่อย่างใด แต่ปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ในช่วงหลายปีมานี้ก็เป็นอะไรที่คาดเดา พยากรณ์ได้ยากเช่นกัน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการเกิดภาวะโลกร้อน ที่ทำให้สภาพอากาศในทุกมุมโลกเกิดความแปรปรวน และยิ่งทวีความรุนแรงของเหตุการณ์ขึ้น สิ่งนี้จึงเรื่องที่ต้องได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด<br />
</span><br />
         นอกจากนี้ การเกิดขึ้นของปรากฏการณ์ดังกล่าว ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในทะเลอ่าวไทยเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดขึ้นได้ในทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา หนองหาร จังหวัดสกลนคร หรือกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา เพราะเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ได้อีกด้วย</p>
<p><strong><img style="width: 21px; height: 21px;" src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/fashion/ann51_1.gif" border="0" alt="" width="28" height="30" /> เราจะรู้ได้อย่างไรว่าจะเกิดคลื่นพายุหมุน หรือ Storm surge?</p>
<p></strong>         รศ.ดร.บรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ความเห็นกับเรื่องนี้ว่า สิ่งที่น่าจับตามากที่สุดคือ ปรากฏการณ์โลกร้อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเกิดขึ้นของคลื่นพายุหมุน และน่าจะมีลักษณะเดียวกับการเกิดของพายุนาร์กิสที่ประเทศพม่า ซึ่งเกิดขึ้นโดยฉับพลัน ไม่มีสัญญาณบ่งชี้เรื่องของภูมิอากาศที่แปรปรวน ก่อนที่จะเกิดสึนามิหรือนาร์กีส ท้องฟ้ายังแจ่มใส ไม่มีการตั้งเค้าของพายุ</p>
<p>         &#8220;แนวชายฝั่งของ 3 จังหวัดอ่าวไทยคือ สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม มีภูมิประเทศเป็นรูปตัว ก.ไก่ คือเป็นพื้นที่ค่อนข้างสูง แต่บริเวณพื้นที่ชั้นในค่อนข้างต่ำเป็นแอ่ง ฉะนั้น หากเกิดปรากฏการณ์คลื่นพายุหมุน น้ำทะเลน่าจะทะลักเข้าทางถนนสุขุมวิท ย่านบางนา รวมทั้งเข้าทางฝั่งธนบุรี ก่อนที่จะถึงเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน ก็น่าคิดหามาตรการเตรียมรับมือ&#8221; รศ.ดร.บรรณโศภิษฐ์กล่าว</p>
<p><strong><img style="width: 21px; height: 21px;" src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/fashion/ann51_1.gif" border="0" alt="" width="28" height="30" /> รับมืออย่างไร กับ Storm Surge </p>
<p></strong></p>
<p align="center"><img style="width: 400px; height: 300px;" src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/other/6418839low_copy1.jpg" border="0" alt="Storm Surge" width="400" height="300" /></p>
<p>        <strong> </strong><span style="color: #0000ff;"><span style="color: #800000;">สำหรับการเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกับ Storm surge นั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ การรับข่าวสาร และทำความเข้าใจ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรศึกษาลักษณะของการเกิด และความรุนแรงเพื่อที่จะได้หาทางหนีทีไล่ได้ทัน โดยการหนีนั้นจะมีหน่วยงานที่ร่วมทำแผนที่เสี่ยงภัย ซึ่งหากบริเวณไหนมีประชากรหนาแน่น บริเวณนั้นจะมีความเปราะบางมาก จึงต้องทำแผนที่ให้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเมืองท่องเที่ยว</span><br />
</span><br />
         ทั้งนี้ วิธีการป้องกันการเกิดพายุหมุน หรือคลื่นซัดเข้าชายฝั่ง (Storm Surge) นั้นมีอยู่หลายแนวทาง ซึ่ง รศ.อัปสรสุดา ศิริพงษ์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า ทางออกที่ดีที่สุด คือ การช่วยกันรักษาป่าชายเลนตามแนวชายฝั่ง หรือปลูกป่าชายเลนเพิ่มในพื้นที่ชายฝั่ง เพื่อช่วยลดความรุนแรงของ Storm surge อีกทั้งควรกำหนดเป็นหลักสูตรในเรื่องของภัยพิบัติลงในแบบเรียน เพราะเป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังให้เด็กเกิดความตื่นตัว จึงต้องสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้น และต้องมีการซ้อมแผนเตือนภัยอยู่ตลอดเวลา เมื่อถึงคราวเกิดขึ้นจริง จะได้ช่วยลดความเสียหายจากชีวิตและทรัพย์สินได้  </p>
<p>         <img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/dookdik/e2_03.gif" border="0" alt="" width="30" height="30" /><strong>&#8230; เห็นทีระยะนี้คงต้องฝากเตือนทุกคน ให้การติดตามข่าวสารการพยากรณ์อากาศกันมากๆ นะคะ โดยเฉพาะใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อจะได้รับมือกับ Storm Surge กันได้อย่างทันท่วงทีค่ะ</p>
<p></strong><br />
ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<a href="http://www.komchadluek.net/2008/08/14/x_main_a001_215999.php?news_id=215999" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/komchadluek.jpg" border="0" alt="" width="139" height="45" /></a>, <a href="http://dailynews.co.th/web/html/popup_news/popup_news_print.aspx?newsid=172435&amp;NewsType=1&amp;Template=1" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/dailynews.jpg" border="0" alt="" width="130" height="44" /></a><br />
- <a href="http://www.aksorn.com/article/article_detail.php?content_id=535" target="_blank">aksorn.com</a><br />
- <a href="http://www.click2member.com/bbs/viewthread.php?tid=2369&amp;extra=page%3D1" target="_blank">click2member.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://sanroo.kapook.com/stormsurge/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
