<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความ บทความดีๆ เกร็ดความรู้ &#187; ท้อง</title>
	<atom:link href="http://sanroo.kapook.com/tag/%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://sanroo.kapook.com</link>
	<description>ความรู้รอบตัว -Kapook แสนรู้</description>
	<lastBuildDate>Fri, 30 Oct 2009 10:05:32 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>อันตรายจากการทำแท้ง</title>
		<link>http://sanroo.kapook.com/abortion/</link>
		<comments>http://sanroo.kapook.com/abortion/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2009 08:45:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kanistha</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[การทำแท้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ครรภ์]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งครรภ์]]></category>
		<category><![CDATA[ทำแท้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ท้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะแท้งคุกคาม]]></category>
		<category><![CDATA[ยาทำแท้ง]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีทำแท้ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://sanroo.kapook.com/?p=56</guid>
		<description><![CDATA[
อันตรายจากการทำแท้งไม่ปลอดภัย

โครงการ FACT SHEET แพทยสภา
เรื่อง อันตรายจากการทำแท้งไม่ปลอดภัย
เผยแพร่โดย : สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา
          การทำแท้งไม่ปลอดภัย เป็นการทำแท้งเนื่องจากเกิดการตั้งครรภ์ไม่ปรารถนา หรือไม่พึงประสงค์ หรือตั้งครรภ์ไม่พร้อม ทำแท้งโดยผู้ที่ไม่มีความรู้ความสามารถ ทำในสถานที่และเครื่องมือที่ไม่สะอาด ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ถูกกระทำอย่างมาก
  สาเหตุของการตั้งครรภ์ไม่พร้อม
          1. ร่วมเพศโดยไม่ได้คุมกำเนิด ทั้งๆ ที่ทราบว่าการคุมกำเนิดสามารถป้องกันการตั้งท้องได้ แต่ไม่ได้ใช้ หรือบางครั้งได้ข่าวลือที่ผิดๆ เกี่ยวกับการคุมกำเนิด จึงไม่ได้คุมกำเนิด
          2. ความล้มเหลวจากการคุมกำเนิด เช่น ลืมทานยา เลยกำหนดไปฉีดยา ฉีดยาแล้วเลือดออกกะปริดกะปรอย จึงไม่ได้ไปฉีดต่อ ถุงยางอนามัยรั่ว เป็นต้น รวมทั้งรายที่คุมกำเนิดอย่างถูกต้อง แต่ก็ยังไม่สามารถป้องกันได้ 100% เช่น ใส่ห่วงอนามัยแล้วก็ยังมีโอกาสล้มเหลวได้บ้าง แม้แต่รายที่แพทย์ ทำหมันให้แล้ว ก็ยังมีโอกาสเกิดความล้มเหลวได้ถึงร้อยละ 0.2 หรือ 1 รายในการทำหมัน 500 ราย
          3. ร่วมเพศโดยไม่สมัครใจ เช่น ถูกข่มขืนกระทำชำเรา ถูกล่อลวงไปขายบริการทางเพศ เป็นต้น
          เมื่อตั้งท้องโดยไม่ได้วางแผนไว้ ก็จะเกิดการไม่อยากได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img style="width: 300px; height: 361px;" src="http://203.150.225.235/imghilight1/1_1091.jpg" border="0" alt="ทำแท้ง" width="300" height="361" /></p>
<p align="left"><strong>อันตรายจากการทำแท้งไม่ปลอดภัย<br />
</strong></p>
<p><strong>โครงการ FACT SHEET แพทยสภา</strong><br />
<strong>เรื่อง</strong> อันตรายจากการทำแท้งไม่ปลอดภัย<br />
<strong>เผยแพร่โดย : สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา</strong></p>
<p>         <span style="color: #800000;"> การทำแท้งไม่ปลอดภัย เป็นการทำแท้งเนื่องจากเกิดการตั้งครรภ์ไม่ปรารถนา หรือไม่พึงประสงค์ หรือตั้งครรภ์ไม่พร้อม ทำแท้งโดยผู้ที่ไม่มีความรู้ความสามารถ ทำในสถานที่และเครื่องมือที่ไม่สะอาด ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ถูกกระทำอย่างมาก</span></p>
<p><strong><img src="http://203.150.225.235/admin_hilight/spaw2/newimg/dookdik/momoku_20060418174833.gif" border="0" alt="" width="16" height="16" /> <span style="color: #800080;"> สาเหตุของการตั้งครรภ์ไม่พร้อม</span></strong></p>
<p>        <strong>  <span style="color: #0000ff;">1. ร่วมเพศโดยไม่ได้คุมกำเนิด</span></strong> ทั้งๆ ที่ทราบว่าการคุมกำเนิดสามารถป้องกันการตั้งท้องได้ แต่ไม่ได้ใช้ หรือบางครั้งได้ข่าวลือที่ผิดๆ เกี่ยวกับการคุมกำเนิด จึงไม่ได้คุมกำเนิด</p>
<p>         <strong> <span style="color: #0000ff;">2. ความล้มเหลวจากการคุมกำเนิด</span></strong> เช่น ลืมทานยา เลยกำหนดไปฉีดยา ฉีดยาแล้วเลือดออกกะปริดกะปรอย จึงไม่ได้ไปฉีดต่อ ถุงยางอนามัยรั่ว เป็นต้น รวมทั้งรายที่คุมกำเนิดอย่างถูกต้อง แต่ก็ยังไม่สามารถป้องกันได้ 100% เช่น ใส่ห่วงอนามัยแล้วก็ยังมีโอกาสล้มเหลวได้บ้าง แม้แต่รายที่แพทย์ ทำหมันให้แล้ว ก็ยังมีโอกาสเกิดความล้มเหลวได้ถึงร้อยละ 0.2 หรือ 1 รายในการทำหมัน 500 ราย</p>
<p><strong>          <span style="color: #0000ff;">3. ร่วมเพศโดยไม่สมัครใจ</span></strong> เช่น ถูกข่มขืนกระทำชำเรา ถูกล่อลวงไปขายบริการทางเพศ เป็นต้น</p>
<p>          <span style="color: #800000;">เมื่อตั้งท้องโดยไม่ได้วางแผนไว้ ก็จะเกิดการไม่อยากได้ หรือไม่พร้อม ซึ่งเนื่องมาจากปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม หรือยังเป็นวัยรุ่นยังอยู่ในวัยเรียน ยังไม่ได้แต่งงาน พบว่าวัยรุ่นมีการตั้งท้องไม่พร้อมจำนวนมาก ซึ่งมักจะหาทางออกโดยการไปทำแท้ง และมักจะไปทำแท้งโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ ไม่มีความรู้ ทำโดยไม่สะอาด ซึ่งเรียกรวมกันว่า <strong>&#8220;ทำแท้งไม่ปลอดภัย&#8221;</strong> ซึ่งผิดกฎหมาย </span><strong><span style="color: #800000;">การลักลอบทำแท้งทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก บางรายก็ไปซื้อยามากินเอง ซื้อยามาเหน็บช่องคลอด ยาเหล่านี้จะลักลอบซื้อขายกันในตลาดมืด หรือซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีราคาสูงมาก เม็ดละหลายร้อยบาท หรือบางทีหลายพันบาท ทั้งๆ ที่ราคาจริงๆ ยาเม็ดละไม่ถึง 20 บาท</span><br />
</strong><br />
<strong><img src="http://203.150.225.235/admin_hilight/spaw2/newimg/dookdik/momoku_20060418174833.gif" border="0" alt="" width="16" height="16" />  <span style="color: #800080;">อันตรายจากการทำแท้งไม่ปลอดภัย</span></strong></p>
<p>          รายที่ไปลักลอบทำแท้งส่วนหนึ่งจะไม่เกิดผลแทรกซ้อน ก็นับว่าโชคดีไป แต่ส่วนใหญ่ผู้ที่ไปลักลอบทำแท้ง มักจะเกิดผลแทรกซ้อนตามมาหลายอย่าง ได้แก่การตกเลือด เสียเลือดมาก อักเสบติดเชื้อ มดลูกเน่า บางรายใช้เครื่องมือทำให้มดลูกทะลุ หลายรายต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล มีการติดเชื้อรุนแรงจนแพทย์ไม่สามารถช่วยได้ ต้องลงท้ายด้วยการถูกตัดมดลูกเพื่อช่วยชีวิต แต่บางรายแพทย์ช่วยไม่ทันก็เสียชีวิต ในแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตจากการทำแท้งไม่ปลอดภัยหลายสิบราย และยังมีที่ไม่เปิดเผยอีกเป็นจำนวนมาก (อัตราตาย 300-500 รายต่อการทำแท้ง 100,000 ครั้ง) </p>
<p>          บางรายแม้จะผ่านเหตุการณ์ตอนต้นไปได้ แต่ก็จะมีการอักเสบเรื้อรังตามมา เช่น ปวดท้องน้อยเรื้อรัง ตกขาวบ่อยๆ เมื่อพร้อมที่จะมีลูกก็มีไม่ได้ เพราะเป็นหมัน จากท่อนำไข่อักเสบติดเชื้อและอุดตัน บางรายตั้งท้องได้ ก็ยังไม่วายจะเกิดปัญหาที่รกฝังตัวลึกในเนื้อมดลูก ทำให้มดลูกแตก ขณะที่ยังตั้งท้องไม่ครบกำหนด หรือเพิ่งจะเริ่มเจ็บครรภ์ มดลูกก็แตกเสียก่อน เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต โดยที่แพทย์ไม่สามารถช่วยได้ทัน เพราะเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก</p>
<p align="center"><img style="width: 200px; height: 200px;" src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/news/22430.jpg" border="0" alt="ทำแท้ง" width="200" height="200" /></p>
<p align="left"><strong><img src="http://203.150.225.235/admin_hilight/spaw2/newimg/dookdik/momoku_20060418174833.gif" border="0" alt="" width="16" height="16" />  <span style="color: #800080;">การป้องกันการทำแท้งไม่ปลอดภัย</span><br />
</strong><br />
          ทางที่ดีที่สุดก็คือ การป้องกันการตั้งท้อง เมื่อตนเองยังไม่พร้อมที่จะมีลูก การหลีกเลี่ยงการร่วมเพศในวัยรุ่นที่ยังไม่แต่งงาน เป็นสิ่งที่ควรกระทำ ในกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องคุมกำเนิด เช่น การใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์แล้ว ยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อาจจะติดโรคร้าย เช่น โรคเอดส์ เป็นต้น หรือผู้หญิงอาจจะใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด กรณีนี้ไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ก็ช่วยป้องกันการตั้งท้องได้ดี</p>
<p>        <strong>  ถ้าร่วมเพศโดยไม่ได้ป้องกัน ก็ยังมีเวลาในช่วง 3 วันหลังร่วมเพศ ถ้าใช้ยาคุมฉุกเฉินอย่างถูกต้อง ก็จะป้องกันการตั้งท้องได้มาก</strong></p>
<p>    <span style="color: #800000;">      เมื่อตั้งท้องไปแล้ว ก็ต้องหาทางออกที่ดีที่สุด ต้องรีบไปปรึกษาแพทย์<strong> โดยทั่วๆ ไปการทำแท้งนั้นผิดกฎหมาย แต่บางกรณีแพทย์ก็สามารถทำแท้งหรือที่เรียกว่ายุติการตั้งครรภ์ให้ได้ โดยถูกต้องตามข้อบังคับของแพทยสภา</strong> เช่น แม่มีโรคทางร่างกาย มีความผิดปกติทางด้านจิตใจ หรือทารกมีความพิการซึ่งแพทย์ตรวจได้ หรือในกรณีที่ถูกข่มขืนกระทำชำเรา ถูกล่อลวงทางเพศไปขายบริการทางเพศ หรือตั้งครรภ์เมื่ออายุยังไม่ถึง 15 ปี ซึ่งผิดกฎหมายอาญา <br />
</span><br />
          ในกรณีนี้แพทย์ก็สามารถช่วยเหลือได้ โดยการทำแท้งอย่างปลอดภัย หรือส่งต่อไปรับบริการในสถานที่ๆ ปลอดภัย ซึ่งแทบจะไม่มีอันตราย ถ้าทำในอายุครรภ์ที่เหมาะสม ใช้เทคนิคที่ถูกต้อง (อัตราตายต่ำมาก) แม้รายที่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากผิดกฎหมาย ก็อาจจะให้คำปรึกษาหรือให้การช่วยเหลือโดยรับฝากครรภ์ต่อ ติดต่อบ้านพักฉุกเฉินให้อยู่จนคลอดแล้วค่อยกลับไปเรียนหรือประกอบอาชีพใหม่ได้</p>
<p>          <strong>สรุป </strong>: <span style="color: #0000ff;">จะเห็นได้ว่าการทำแท้งไม่ปลอดภัย เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก ควรหาทางป้องกันการตั้งท้องไม่พร้อม โดยการไม่ร่วมเพศถ้ายังไม่ได้แต่งงาน หรือต้องใช้การคุมกำเนิดอย่างจริงจังถูกต้อง ก็จะปลอดภัยจากปัญหาที่กล่าวมาได้</span></p>
<p>         <strong> กรณีพบสถานพยาบาล หรือ คลินิกที่มีทำแท้ง ถือเป็นการผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งได้ที่</strong></p>
<p>          1. ผู้อำนวยการ กองการประกอบโรคศิลปะ(นพ.ธารา ชินะกาญจน์) โทรศัพท์ 02 5918844</p>
<p>          2. รับเรื่องร้องเรียนโดย ฝ่ายจริยธรรม แพทยสภา โทรศัพท์ 02-590-1881,02-590-1888 กด 2  แฟกซ์ 02 591 8614-5  Email : <a href="mailto:tmc@tmc.or.th">tmc@tmc.or.th</a>  </p>
<p>          3. เลขาธิการแพทยสภา (นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์) Email : <a href="mailto:Skomrit@gmail.com">Skomrit@gmail.com</a>   </p>
<p>          4. รองเลขาธิการแพทยสภา (นอ.(พ.)นพ.อิทธพร คณะเจริญ ) Email : <a href="mailto:ittaporn@gmail.com">ittaporn@gmail.com</a>  </p>
<p>   <strong>       ทั้งนี้เพื่อดำเนินการต่อไป</strong></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลโดย <br />
 - ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์สุวชัย อินทรประเสริฐ <br />
 - ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย<br />
 <br />
เผยแพร่โดยข้อมูลโดย<br />
 - นอ.(พิเศษ)นพ.อิทธพร คณะเจริญ <br />
 - รองเลขาธิการแพทยสภา<br />
 - สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา<br />
 - <a href="http://thaiclinic.com/" target="_blank">thaiclinic.com</a><br />
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://sanroo.kapook.com/abortion/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มดลูกแตก</title>
		<link>http://sanroo.kapook.com/health_/</link>
		<comments>http://sanroo.kapook.com/health_/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Feb 2009 07:40:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kanistha</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ครรภ์]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งครรภ์]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งท้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ท้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะมดลูกแตก]]></category>
		<category><![CDATA[มดลูก]]></category>
		<category><![CDATA[มดลูกแตก]]></category>
		<category><![CDATA[มดลูกแตกตอนตั้งครรภ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://sanroo.kapook.com/?p=51</guid>
		<description><![CDATA[ 
มดลูกแตก
          ภาวะมดลูกแตกนั้นเป็นกรณีฉุกเฉินอันนำมาซึ่งอันตรายต่อชีวิตของแม่และทารกในครรภ์ เป็นสภาวะที่พบน้อยแต่รุนแรงมาก และเป็นฝันร้ายของคุณแม่และหมอสูตินรีแพทย์ทุกคนในประเทศไทย ที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตของแม่และลูกในครรภ์ได้ ขอแนะนำเบื้องต้นดังนี้&#8230;
 1. มดลูกแตก 
          เป็นภาวะที่ผนังมดลูกแตกหรือปริออก ทำให้ทารกในครรภ์รวมน้ำคร่ำแตกออกเข้าไปในช่องท้อง ทารกจะขาดเลือดและเสียชีวิต ในบางรายแม่ก็เสียชีวิตด้วย
 2. สาเหตุ อาจจะเกิดได้หลายอย่าง 
           ตั้งแต่ยังไม่เจ็บครรภ์ มดลูกก็แตกได้โดยมีจุดอ่อนบริเวณผนังมดลูก ซึ่งอาจจะเกิดจากเคยได้รับการผ่าตัดผนังมดลูกมาก่อน เคยขูดมดลูกหรือไปทำแท้งมา หรือผนังมดลูกบางผิดปกติ หรือบางรายรกฝังตัวลึกไปในผนังมดลูก แล้วทะลุออกมาด้านนอกมดลูก ที่พบบ่อยอีกอย่างคือการที่เคยได้รับอุบัติเหตุทางรถยนต์ กระทบกระเทือนมดลูก บาดเจ็บจากการกระแทกมาก่อน
           ในขณะเจ็บครรภ์ มดลูกก็อาจจะแตกได้โดยเกิดจากการเจ็บครรภ์นานเกินไป มดลูกหดรัดตัวแรง แต่ปากมดลูกไม่ขยายเท่าที่ควร หรือตัวเด็กใหญ่เกินไป หรือมีจุดอ่อนที่ ผนังมดลูก ดังกล่าวข้างต้น
 3. อาการ 
         
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือไม่มีอาการแสดงใดๆ ที่จำเพาะก่อนที่มดลูกใกล้จะแตก อาจมีอาการปวดมดลูกหรือ มีไม่มาก หลังจากนั้นจะตามมาด้วยอาการแสดงของภาวะช็อค ได้แก่ชีพจรเต้นเร็ว ความดันต่ำ เนื่องจากมีการเสียเลือดมีเลือดออกในช่องท้อง           การแตกของมดลูกสามารถเกิดได้ในทุกระยะของการตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตามส่วนมากมักเกิดขึ้นในระยะเจ็บครรภ์
 
 

 
 4. การป้องกัน ต้องป้องกันที่สาเหตุเป็นหลัก  
           ถ้าต้องรับการผ่าตัดมดลูก โดยการผ่าตัดเนื้องอกออก (เหลือมดลูกไว้) หรือผ่าตัดคลอดก็ต้องทำโดยแพทย์ที่มีความรู้ ความชำนาญ และต้องถามว่าต่อไปถ้าตั้งครรภ์ จะเกิดอันตรายหรือไม่ หรือต้องผ่าตัดคลอดอย่างเดียว 
           หลีกเลี่ยงการทำแท้งโดยเฉพาะการทำแท้งเถื่อน 
           กรณีที่เจ็บครรภ์ ก็ต้องรีบไปโรงพยาบาล หมอหรือพยาบาล จะได้มีโอกาสตรวจติดตามอาการ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><span style="color: #0000ff;"><img style="width: 233px; height: 300px;" src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/variety/01_135.jpg" border="0" alt="หญิงมีครรภ์" width="233" height="300" /></span> </p>
<p align="left"><strong>มดลูกแตก</strong></p>
<p>          <span style="color: #0000ff;">ภาวะมดลูกแตกนั้นเป็นกรณีฉุกเฉินอันนำมาซึ่งอันตรายต่อชีวิตของแม่และทารกในครรภ์ เป็นสภาวะที่พบน้อยแต่รุนแรงมาก และเป็นฝันร้ายของคุณแม่และหมอสูตินรีแพทย์ทุกคนในประเทศไทย ที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตของแม่และลูกในครรภ์ได้ ขอแนะนำเบื้องต้นดังนี้&#8230;</span></p>
<p><strong><img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann-10.gif" border="0" alt="" width="22" height="19" /> 1. มดลูกแตก</strong> </p>
<p>          เป็นภาวะที่ผนังมดลูกแตกหรือปริออก ทำให้ทารกในครรภ์รวมน้ำคร่ำแตกออกเข้าไปในช่องท้อง ทารกจะขาดเลือดและเสียชีวิต ในบางรายแม่ก็เสียชีวิตด้วย</p>
<p><strong><img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann-10.gif" border="0" alt="" width="22" height="19" /> 2. สาเหตุ</strong> <strong>อาจจะเกิดได้หลายอย่าง</strong> </p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann56.gif" border="0" alt="" width="15" height="15" /> ตั้งแต่ยังไม่เจ็บครรภ์ มดลูกก็แตกได้โดยมีจุดอ่อนบริเวณผนังมดลูก ซึ่งอาจจะเกิดจากเคยได้รับการผ่าตัดผนังมดลูกมาก่อน เคยขูดมดลูกหรือไปทำแท้งมา หรือผนังมดลูกบางผิดปกติ หรือบางรายรกฝังตัวลึกไปในผนังมดลูก แล้วทะลุออกมาด้านนอกมดลูก ที่พบบ่อยอีกอย่างคือการที่เคยได้รับอุบัติเหตุทางรถยนต์ กระทบกระเทือนมดลูก บาดเจ็บจากการกระแทกมาก่อน</p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann56.gif" border="0" alt="" width="15" height="15" /> ในขณะเจ็บครรภ์ มดลูกก็อาจจะแตกได้โดยเกิดจากการเจ็บครรภ์นานเกินไป มดลูกหดรัดตัวแรง แต่ปากมดลูกไม่ขยายเท่าที่ควร หรือตัวเด็กใหญ่เกินไป หรือมีจุดอ่อนที่ ผนังมดลูก ดังกล่าวข้างต้น</p>
<p><strong><img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann-10.gif" border="0" alt="" width="22" height="19" /> 3. อาการ</strong> </p>
<p>         </p>
<div><span style="color: #800080;">สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือไม่มีอาการแสดงใดๆ ที่จำเพาะก่อนที่มดลูกใกล้จะแตก อาจมีอาการปวดมดลูกหรือ มีไม่มาก หลังจากนั้นจะตามมาด้วยอาการแสดงของภาวะช็อค ได้แก่ชีพจรเต้นเร็ว ความดันต่ำ เนื่องจากมีการเสียเลือดมีเลือดออกในช่องท้อง <span style="color: #800080;">          การแตกของมดลูกสามารถเกิดได้ในทุกระยะของการตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตามส่วนมากมักเกิดขึ้นในระยะเจ็บครรภ์</span></span></div>
<div><span style="color: #800080;"><span style="color: #800080;"> </span></span></div>
<p><span style="color: #800080;"><span style="color: #800080;"> </p>
<p></span></span></p>
<p> </p>
<p><strong><img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann-10.gif" border="0" alt="" width="22" height="19" /> 4. การป้องกัน</strong> <strong>ต้องป้องกันที่สาเหตุเป็นหลัก</strong>  </p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann56.gif" border="0" alt="" width="15" height="15" /> ถ้าต้องรับการผ่าตัดมดลูก โดยการผ่าตัดเนื้องอกออก (เหลือมดลูกไว้) หรือผ่าตัดคลอดก็ต้องทำโดยแพทย์ที่มีความรู้ ความชำนาญ และต้องถามว่าต่อไปถ้าตั้งครรภ์ จะเกิดอันตรายหรือไม่ หรือต้องผ่าตัดคลอดอย่างเดียว </p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann56.gif" border="0" alt="" width="15" height="15" /> หลีกเลี่ยงการทำแท้งโดยเฉพาะการทำแท้งเถื่อน </p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann56.gif" border="0" alt="" width="15" height="15" /> กรณีที่เจ็บครรภ์ ก็ต้องรีบไปโรงพยาบาล หมอหรือพยาบาล จะได้มีโอกาสตรวจติดตามอาการ อย่างไรก็ตามบางกรณีที่มดลูกแตกก็วินิจฉัยได้ยาก บางครั้งเกิดเหตุฉุกเฉิน ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ผู้ป่วยก็ช็อคหมดสติ เสียชีวิตได้เฉียบพลัน แม้อยู่ในโรงพยาบาล</p>
<p><strong><img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann-10.gif" border="0" alt="" width="22" height="19" /> 5. อัตราตายสูง</strong></p>
<p>         </p>
<div><span style="color: #800000;">ผู้ป่วยมักเสียชีวิตเพราะช๊อกจากการขาดเลือดในช่วงเวลาสั้นๆ จะมีโอกาสรอดได้ ในกรณีความรุนแรงไม่มาก และในช่วงนาทีวิกฤตินั้นให้เลือดและผ่าตัดได้ทัน แต่มักต้องตัดมดลูกออก เพื่อช่วยชีวิตแม่  ส่วนน้อยที่เย็บซ่อมได้ ทารกส่วนใหญ่จะเสียชีวิต  <span style="color: #800000;">          ในรายที่เกิดอาการเฉียบพลันรุนแรงมากตายในช่วงนาที ถึงจะอยู่ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ หรือโรงเรียนแพทย์ ที่ห้อมล้อมด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีเครื่องมือทันสมัยพร้อมมูล ก็อาจไม่สามารถช่วยชีวิตได้ทัน เพราะอาการช็อคจะเกิดจากการเสียเลือดอย่างรวดเร็วนั้น จำต้องได้รับเลือดกลุ่มที่เข้ากันได้ทดแทนจำนวนมาก ให้เร็วเพียงพอและทันท่วงที ซึ่งมีโอกาสทำได้จริงไม่มาก</span></span></div>
<div><span style="color: #800000;"><span style="color: #800000;"> </span></span></div>
<p><span style="color: #800000;"><span style="color: #800000;"> </p>
<p></span></span></p>
<p> </p>
<p><strong><span style="background-color: #00ff00;"><img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/pupsung_37_20051228095618.gif" border="0" alt="" width="37" height="23" /> ข้อแนะนำสำหรับผู้ตั้งครรภ์</span></strong></p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann56.gif" border="0" alt="" width="15" height="15" /> ควรเตรียมตัวให้พร้อมที่จะตั้งครรภ์ ถ้าไม่พร้อม ควรคุมกำเนิดไว้ก่อน การปล่อยให้ท้องแล้วไปทำแท้ง จะมีอันตรายมากกว่า</p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann56.gif" border="0" alt="" width="15" height="15" /> เมื่อตั้งครรภ์ควรจำประจำเดือนที่มาครั้งสุดท้ายให้ได้ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อการคำนวณอายุครรภ์ ว่าตั้งครรภ์กี่เดือนหรือกี่สัปดาห์แล้ว ถ้าเกิดเหตุจำเป็นจะให้คลอดได้หรือยัง ถ้าจำประจำเดือนไม่ได้แน่นอน ทำให้แพทย์วินิจฉัยยาก</p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann56.gif" border="0" alt="" width="15" height="15" /> ควรไปฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่นๆ หรือทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาล รวมทั้งไปตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ</p>
<p>          <img src="http://203.150.225.235/img_cms/dookdik/ann56.gif" border="0" alt="" width="15" height="15" /> เมื่อมีความผิดปกติให้ไปโรงพยาบาลหรือปรึกษาแพทย์</p>
<p>          <span style="color: #0000ff;">โรคนี้จึงเป็นปัญหาที่สำคัญอันหนึ่งของวงการแพทย์ที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตในมารดาก่อนคลอด ซึ่งไม่เพียงแต่ครอบครัวของแม่เท่านั้นที่เสียใจ แพทย์ พยาบาลและบุคคลากรทางการแพทย์ทุกคนต่างไม่ปรารถนาให้เกิดขึ้น  นอกจากเป็นโรคที่แพทย์ไม่มีโอกาสตั้งตัวและรู้ล่วงหน้าแล้</span>ว  </p>
<p>          <strong>หากเกิดยังหลีกเลี่ยงผลเสียหายได้ยาก ผลที่ได้นำไปสู่ความสูญเสีย ผิดหวัง ของคู่สมรสที่เฝ้ารอคอยทารกน้อยนานนับเดือน การฝากท้องที่ดี การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และการลดความเสี่ยงระหว่างตั้งครรภ์จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด…</strong></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<strong>ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์สุวชัย อินทรประเสริฐ<br />
ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย</strong><br />
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://sanroo.kapook.com/health_/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
