<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความ บทความดีๆ เกร็ดความรู้ &#187; นาร์กีส</title>
	<atom:link href="http://sanroo.kapook.com/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%aa/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://sanroo.kapook.com</link>
	<description>ความรู้รอบตัว -Kapook แสนรู้</description>
	<lastBuildDate>Fri, 30 Oct 2009 10:05:32 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>สตอร์ม เซิร์จ</title>
		<link>http://sanroo.kapook.com/stormsurge/</link>
		<comments>http://sanroo.kapook.com/stormsurge/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Oct 2008 08:58:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kanistha</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[Storm Surge]]></category>
		<category><![CDATA[การเกิดพายุ]]></category>
		<category><![CDATA[คลื่นพายุหมุน]]></category>
		<category><![CDATA[นาร์กีส]]></category>
		<category><![CDATA[พายุนาร์กีส]]></category>
		<category><![CDATA[พายุหมุน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[สตอร์ม เซิร์จ]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://sanroo.kapook.com/?p=24</guid>
		<description><![CDATA[

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

         หลังจากที่ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ออกมากล่าวเตือน แนวชายฝั่งอ่าวไทย 3 จังหวัด คือ สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม รวมถึงบริเวณชายฝั่งทะเลในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ระวังวิบัติภัยจากสตอร์ม เซิร์จ (Storm Surge)  ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นช่วงอันตรายอย่างยิ่ง จากความเร็วของแรงลมที่ 118 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะส่งผลให้คลื่นสูงเฉลี่ย 2.2-4.5 เมตร ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงๆ ความรุนแรงอาจเท่าพายุนาร์กีสเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามข่าวดังกล่าวได้สร้างความแตกตื่นกันไม่น้อย กับปรากฎการณ์ สตอร์ม เซิร์จ (Storm Surge)  หรือ พายุหมุน หรือ คลื่นซัดเข้าชายฝั่ง 
         เชื่อหรือไม่ว่า ปรากฎการณ์ Storm Surge เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาแล้ว! และเคยเกิดบ่อยครั้งด้วย ซึ่งแต่ละครั้งก็นำมาซึ่งความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง&#8230;.
         ย้อนกลับไปเมื่อปี 2532 เกิดพายุไต้ฝุ่น เกย์ (คุ้นๆ ใช่ไหมล่ะ) พัดถล่ม จังหวัดชุมพร มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน ต่อมาปี 2540 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img style="width: 300px; height: 225px;" src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/other/278635_cyclone_wideweb__430.jpg" border="0" alt="Storm Surge" width="300" height="225" /><br />
<img style="width: 300px; height: 274px;" src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/other/katrina-storm-surge.jpg" border="0" alt="Storm Surge" width="300" height="274" /></p>
<p><span style="color: #000080;"><span style="color: #000000;">เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม<br />
ขอขอบคุณภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต</span></p>
<p></span><br />
         หลังจากที่ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ออกมากล่าวเตือน แนวชายฝั่งอ่าวไทย 3 จังหวัด คือ สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม รวมถึงบริเวณชายฝั่งทะเลในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ระวังวิบัติภัยจากสตอร์ม เซิร์จ (Storm Surge)  ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นช่วงอันตรายอย่างยิ่ง จากความเร็วของแรงลมที่ 118 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะส่งผลให้คลื่นสูงเฉลี่ย 2.2-4.5 เมตร ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงๆ ความรุนแรงอาจเท่าพายุนาร์กีสเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามข่าวดังกล่าวได้สร้างความแตกตื่นกันไม่น้อย กับปรากฎการณ์ สตอร์ม เซิร์จ (Storm Surge)  หรือ พายุหมุน หรือ คลื่นซัดเข้าชายฝั่ง </p>
<p>         <strong>เชื่อหรือไม่ว่า ปรากฎการณ์ Storm Surge เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาแล้ว! และเคยเกิดบ่อยครั้งด้วย ซึ่งแต่ละครั้งก็นำมาซึ่งความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง&#8230;.</strong></p>
<p>        <span style="color: #0000ff;"> </span><span style="color: #800080;">ย้อนกลับไปเมื่อปี 2532 เกิดพายุไต้ฝุ่น เกย์ (คุ้นๆ ใช่ไหมล่ะ) พัดถล่ม จังหวัดชุมพร มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน ต่อมาปี 2540 พายุลินดา ก็พัดซ้ำรอยเดิม ใน จังหวัดชุมพร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  และจังหวัดเพชรบุรี ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตน้อยกว่า ทว่าก็สร้างความเสียหายมากครั้งหนึ่งเช่นกัน และครั้งสำคัญในปี 2505 พายุที่แหลมตะลุมพุก อันเกิดจากพายุโซนร้อนแฮเรียต ได้กลายเป็นประวัติศาสตร์อันน่าโศกเศร้า ยังมาซึ่งความเสียหายต่อชีวิต และภูมิประเทศ โดยในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตกว่าพันคน!!!<br />
</span><br />
         หันมาดูในฝั่งกรุงเทพฯ กันบ้าง เมื่อปี 2504  Storm Surge ก็เคยมีปรากฏการณ์เกิดพายุใหญ่ซัดเข้ามาในอ่าวไทย จนเกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯ เช่นกัน และในปี 2526 ก็เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่าฝนพันปี มีน้ำท่วมและขังในพื้นที่นาน ที่สำคัญ การเกิดขึ้นของพายุได้สร้างความเสียหายต่อการกัดเซาะชายฝั่งของกรุงเทพฯ จนเป็นพื้นที่ที่เรียกว่าทะเลตรม และไม่สามารถป้องกันน้ำทะเลได้ในหลายจุด </p>
<p>         อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเริ่มรู้สึกว่า Storm Surge เป็นเรื่องใกล้ตัวกันบ้างแล้วใช่ไหมหล่ะคะ . . . แล้ว Storm Surge เกิดขึ้นได้อย่างไรกัน??? <strong>…เรื่องนี้ นาวาเอก กตัญญู ศรีตังนันท์ ผู้บังคับหมวดเรืออุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ให้คำอธิบายว่า…<br />
</strong><br />
         Storm surge คือ ปรากฏการณ์คลื่นที่เกิดขึ้นพร้อมกับพายุหมุนโซนร้อน ที่ยกระดับน้ำทะเลให้สูงขึ้นกว่าปกติ อันเนื่องมาจากความกดอากาศต่ำที่ปกคลุม ณ บริเวณนั้น ซึ่งเวลาที่หย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวผ่านไปพร้อมกับศูนย์กลางของพายุ ทำให้แรงกดนั้นยกระดับน้ำจนกลายเป็นโดมน้ำขึ้นมา โดยเคลื่อนตัวจากทะเลซัดเข้าหาชายฝั่ง</p>
<p>         <span style="color: #800000;">ที่สำคัญยิ่งความกดอากาศต่ำเท่าไร ก็จะทำให้เกิดปรากฏการณ์คลื่นพายุหมุนมากเท่านั้น หากจะวัดเป็นตัวเลข ก็มีความหมายว่า ความกดอากาศต่ำที่ลดลง 1 มิลลิบาร์ จะทำให้น้ำทะเลสูงขึ้น 1 เซนติเมตร<br />
</span><br />
<strong><img style="width: 21px; height: 21px;" src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/fashion/ann51_1.gif" border="0" alt="" width="28" height="30" /> Storm Surge ร้ายแรงกว่าสึนามิ พอกันกับนาร์กีส</p>
<p></strong></p>
<p align="center"><strong><img style="width: 400px; height: 416px;" src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/other/stormsurge_tide_smaller.jpg" border="0" alt="Storm Surge" width="400" height="416" /></strong></p>
<p>         รูปแบบการเคลื่อนตัวที่เป็นเหมือนคลื่นขนาดใหญ่ แล้วพัดเข้าชายฝั่งของ Storm Surge เป็นลักษณะเดียวกันกับคลื่นยักษ์สึนามิ แต่แตกต่างกันตรงที่ ลักษณะของการเกิด คือ สึนามิ เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ของแผ่นดินไหวใต้ทะเล ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนส่งผลให้เกิดคลื่นขนาดยักษ์ซัดเข้าชายฝั่ง แต่กับ Storm surge จะเกิดขึ้นโดยมีตัวแปรจากพายุ</p>
<p>         <span style="color: #0000ff;">สำหรับ ความเสียหายนั้น ว่ากันว่า Storm surge เลวร้ายมากกว่า กล่าวคือ การเกิดสึนามิจะเกิดขึ้นวันไหนก็ได้ โดยท้องฟ้าอาจจะแจ่มใส อากาศเป็นปกติ เหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วทางฝั่งอันดามันของไทย แต่หากเป็น Storm surge จะเกิดขึ้นพร้อมกับพายุ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นวันที่ท้องฟ้าปั่นป่วน ไม่แจ่มใส สภาพอากาศเลวร้าย มีการก่อตัวของเมฆฝน ฝนตกอย่างหนัก ลมพัดแรง บริเวณชายฝั่งเกิดคลื่นโถมกระแทกอย่างหนัก คลื่นในทะเลสูง แต่เมื่อศูนย์กลางของพายุเคลื่อนเข้ามา ก็จะหอบเอาโดมน้ำขนาดใหญ่ซัดเข้ามาอีกครั้ง ดังนั้น ความเสียหายจึงเพิ่มเป็นทวีคูณ<br />
</span><br />
        <span style="color: #000000;"> อย่างไรก็ตาม แม้จะเลวร้ายมากกว่า แต่ก็สามารถรับมือได้ดีกว่า เพราะเมื่อ Storm surge เกิด มักจะมาพร้อมกับพายุโซนร้อน ดังนั้น เราจะเห็นสัญญาณเตือนหลายอย่าง เช่น การเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา และจากการสังเกตลักษณะอากาศที่จะค่อยๆ เลวร้ายลง ทำให้เรารู้ตัวล่วงหน้าหลายวัน และสามารถหาทางอพยพได้ทัน แต่กับสึนามิอาจจะไม่รู้ได้เลย เพราะบางครั้งก็เกิดขึ้นในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ไม่มีสัญญาณบอกเหตุร้ายแต่อย่างใด แต่ปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ในช่วงหลายปีมานี้ก็เป็นอะไรที่คาดเดา พยากรณ์ได้ยากเช่นกัน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการเกิดภาวะโลกร้อน ที่ทำให้สภาพอากาศในทุกมุมโลกเกิดความแปรปรวน และยิ่งทวีความรุนแรงของเหตุการณ์ขึ้น สิ่งนี้จึงเรื่องที่ต้องได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด<br />
</span><br />
         นอกจากนี้ การเกิดขึ้นของปรากฏการณ์ดังกล่าว ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในทะเลอ่าวไทยเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดขึ้นได้ในทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา หนองหาร จังหวัดสกลนคร หรือกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา เพราะเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ได้อีกด้วย</p>
<p><strong><img style="width: 21px; height: 21px;" src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/fashion/ann51_1.gif" border="0" alt="" width="28" height="30" /> เราจะรู้ได้อย่างไรว่าจะเกิดคลื่นพายุหมุน หรือ Storm surge?</p>
<p></strong>         รศ.ดร.บรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ความเห็นกับเรื่องนี้ว่า สิ่งที่น่าจับตามากที่สุดคือ ปรากฏการณ์โลกร้อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเกิดขึ้นของคลื่นพายุหมุน และน่าจะมีลักษณะเดียวกับการเกิดของพายุนาร์กิสที่ประเทศพม่า ซึ่งเกิดขึ้นโดยฉับพลัน ไม่มีสัญญาณบ่งชี้เรื่องของภูมิอากาศที่แปรปรวน ก่อนที่จะเกิดสึนามิหรือนาร์กีส ท้องฟ้ายังแจ่มใส ไม่มีการตั้งเค้าของพายุ</p>
<p>         &#8220;แนวชายฝั่งของ 3 จังหวัดอ่าวไทยคือ สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม มีภูมิประเทศเป็นรูปตัว ก.ไก่ คือเป็นพื้นที่ค่อนข้างสูง แต่บริเวณพื้นที่ชั้นในค่อนข้างต่ำเป็นแอ่ง ฉะนั้น หากเกิดปรากฏการณ์คลื่นพายุหมุน น้ำทะเลน่าจะทะลักเข้าทางถนนสุขุมวิท ย่านบางนา รวมทั้งเข้าทางฝั่งธนบุรี ก่อนที่จะถึงเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน ก็น่าคิดหามาตรการเตรียมรับมือ&#8221; รศ.ดร.บรรณโศภิษฐ์กล่าว</p>
<p><strong><img style="width: 21px; height: 21px;" src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/fashion/ann51_1.gif" border="0" alt="" width="28" height="30" /> รับมืออย่างไร กับ Storm Surge </p>
<p></strong></p>
<p align="center"><img style="width: 400px; height: 300px;" src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/other/6418839low_copy1.jpg" border="0" alt="Storm Surge" width="400" height="300" /></p>
<p>        <strong> </strong><span style="color: #0000ff;"><span style="color: #800000;">สำหรับการเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกับ Storm surge นั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ การรับข่าวสาร และทำความเข้าใจ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรศึกษาลักษณะของการเกิด และความรุนแรงเพื่อที่จะได้หาทางหนีทีไล่ได้ทัน โดยการหนีนั้นจะมีหน่วยงานที่ร่วมทำแผนที่เสี่ยงภัย ซึ่งหากบริเวณไหนมีประชากรหนาแน่น บริเวณนั้นจะมีความเปราะบางมาก จึงต้องทำแผนที่ให้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเมืองท่องเที่ยว</span><br />
</span><br />
         ทั้งนี้ วิธีการป้องกันการเกิดพายุหมุน หรือคลื่นซัดเข้าชายฝั่ง (Storm Surge) นั้นมีอยู่หลายแนวทาง ซึ่ง รศ.อัปสรสุดา ศิริพงษ์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า ทางออกที่ดีที่สุด คือ การช่วยกันรักษาป่าชายเลนตามแนวชายฝั่ง หรือปลูกป่าชายเลนเพิ่มในพื้นที่ชายฝั่ง เพื่อช่วยลดความรุนแรงของ Storm surge อีกทั้งควรกำหนดเป็นหลักสูตรในเรื่องของภัยพิบัติลงในแบบเรียน เพราะเป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังให้เด็กเกิดความตื่นตัว จึงต้องสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้น และต้องมีการซ้อมแผนเตือนภัยอยู่ตลอดเวลา เมื่อถึงคราวเกิดขึ้นจริง จะได้ช่วยลดความเสียหายจากชีวิตและทรัพย์สินได้  </p>
<p>         <img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/dookdik/e2_03.gif" border="0" alt="" width="30" height="30" /><strong>&#8230; เห็นทีระยะนี้คงต้องฝากเตือนทุกคน ให้การติดตามข่าวสารการพยากรณ์อากาศกันมากๆ นะคะ โดยเฉพาะใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อจะได้รับมือกับ Storm Surge กันได้อย่างทันท่วงทีค่ะ</p>
<p></strong><br />
ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<a href="http://www.komchadluek.net/2008/08/14/x_main_a001_215999.php?news_id=215999" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/komchadluek.jpg" border="0" alt="" width="139" height="45" /></a>, <a href="http://dailynews.co.th/web/html/popup_news/popup_news_print.aspx?newsid=172435&amp;NewsType=1&amp;Template=1" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/dailynews.jpg" border="0" alt="" width="130" height="44" /></a><br />
- <a href="http://www.aksorn.com/article/article_detail.php?content_id=535" target="_blank">aksorn.com</a><br />
- <a href="http://www.click2member.com/bbs/viewthread.php?tid=2369&amp;extra=page%3D1" target="_blank">click2member.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://sanroo.kapook.com/stormsurge/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นาร์กีส</title>
		<link>http://sanroo.kapook.com/nargis/</link>
		<comments>http://sanroo.kapook.com/nargis/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Oct 2008 08:54:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kanistha</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[นาร์กิส]]></category>
		<category><![CDATA[นาร์กีส]]></category>
		<category><![CDATA[พายุนากีส]]></category>
		<category><![CDATA[พายุไซโคลน]]></category>
		<category><![CDATA[พายุไซโคลนนาร์กีส]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://sanroo.kapook.com/?p=22</guid>
		<description><![CDATA[


เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
         หลังจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศพม่าโดนฤทธิ์พายุไซโคลนที่มีชื่อว่า &#8220;นาร์กีส&#8221; ถล่มซะจนได้รับความเสียหายอย่างใหญ่หลวง กลืนชีวิตผู้คนไปแล้วหลายหมื่นราย ผู้คนอีกนับแสนไร้ที่อยู่และไม่มีนํ้าดื่ม เรียกได้ว่าสร้างความเสียหายให้กับประเทศพม่ามากเป็นประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ 

         ทันทีที่พายุนาร์กีสเริ่มฉายภาพความรุนแรงหลังซัดถล่มประเทศพม่าอย่างบ้าคลั่ง ทำให้หลายคนวิตกกังวลว่าพายุไซโคลนนาร์กีสกำลังจะคืบคลานเข้ามาสร้างภัยพิบัติให้กับประเทษไทยเรา พร้อมๆ กับตั้งคำถามว่าทุกวันนี้คนไทยรู้จักพายุที่มีความรุนแรงระดับนาร์กีสเพียงใด เอาเป็นว่าเราไปรู้จักกับที่ไปที่มาของมหัตภัยจากธรรมชาติที่มีชื่อว่า &#8220;นาร์กีส&#8221; กันก่อน เพื่อจะได้เตรียมรับมือหรือหาวิธีป้องกัน&#8230;  
         พายุ คือ สภาพบรรยากาศที่ถูกรบกวนแบบใดๆ ก็ตาม โดยเฉพาะที่มีผลกระทบต่อพื้นผิวโลก และบ่งบอกถึงสภาพอากาศที่รุนแรง เวลากล่าวถึงความรุนแรงของพายุ จะมีเนื้อหาสำคัญอยู่บางประการคือ ความเร็วที่ศูนย์กลาง ความเร็วของการเคลื่อนตัว ทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุ และขนาดความกว้างหรือเส้นผ่าศูนย์กลางของตัวพายุ ซึ่งบอกถึงอาณาบริเวณที่จะได้รับความเสียหายว่าครอบคลุมเท่าใด และพายุแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 3 ประเภท คือ

         1. พายุฝนฟ้าคะนองมีลักษณะเป็นลมพัดย้อนไปมา หรือพัดเคลื่อนตัวไปในทิศทางเดียวกัน อาจเกิดจากพายุที่อ่อนตัวและลดความรุนแรงของลมลง หรือเกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำ ร่องความกดอากาศต่ำ อาจไม่มีทิศทางที่แน่นอน 
        2.พายุหมุนเขตร้อนต่างๆ เช่น เฮอร์ริเคน ไต้ฝุ่น และไซโคลน ซึ่งล้วนเป็นพายุหมุนขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน และจะเกิดขึ้นหรือเริ่มต้นก่อตัวในทะเล หากเกิดเหนือเส้นศูนย์สูตร จะมีทิศทางการหมุนทวนเข็มนาฬิกา และหากเกิดใต้เส้นศูนย์สูตรจะหมุนตามเข็มนาฬิกา โดยมีชื่อต่างกันตามสถานที่เกิด กล่าวคือ 
         ++ พายุเฮอร์ริเคน (hurricane) เป็นชื่อเรียกพายุหมุนที่เกิดบริเวณทิศตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/other/1_23.jpg" border="0" alt="" /></p>
<p align="center"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/other/4_23.jpg" border="0" alt="" /></p>
<p align="left">
เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม<br />
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต</p>
<p>        <span style="color: #800000;"> หลังจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศพม่าโดนฤทธิ์พายุไซโคลนที่มีชื่อว่า <strong>&#8220;นาร์กีส&#8221;</strong> ถล่มซะจนได้รับความเสียหายอย่างใหญ่หลวง กลืนชีวิตผู้คนไปแล้วหลายหมื่นราย ผู้คนอีกนับแสนไร้ที่อยู่และไม่มีนํ้าดื่ม เรียกได้ว่าสร้างความเสียหายให้กับประเทศพม่ามากเป็นประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ <br />
</span><br />
         ทันทีที่พายุนาร์กีสเริ่มฉายภาพความรุนแรงหลังซัดถล่มประเทศพม่าอย่างบ้าคลั่ง ทำให้หลายคนวิตกกังวลว่าพายุไซโคลนนาร์กีสกำลังจะคืบคลานเข้ามาสร้างภัยพิบัติให้กับประเทษไทยเรา พร้อมๆ กับตั้งคำถามว่าทุกวันนี้คนไทยรู้จักพายุที่มีความรุนแรงระดับนาร์กีสเพียงใด เอาเป็นว่าเราไปรู้จักกับที่ไปที่มาของมหัตภัยจากธรรมชาติที่มีชื่อว่า <strong>&#8220;นาร์กีส&#8221;</strong> กันก่อน เพื่อจะได้เตรียมรับมือหรือหาวิธีป้องกัน&#8230;  </p>
<p>         <span style="color: #000080;">พายุ คือ สภาพบรรยากาศที่ถูกรบกวนแบบใดๆ ก็ตาม โดยเฉพาะที่มีผลกระทบต่อพื้นผิวโลก และบ่งบอกถึงสภาพอากาศที่รุนแรง เวลากล่าวถึงความรุนแรงของพายุ จะมีเนื้อหาสำคัญอยู่บางประการคือ ความเร็วที่ศูนย์กลาง ความเร็วของการเคลื่อนตัว ทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุ และขนาดความกว้างหรือเส้นผ่าศูนย์กลางของตัวพายุ </span><strong><span style="color: #000080;">ซึ่งบอกถึงอาณาบริเวณที่จะได้รับความเสียหายว่าครอบคลุมเท่าใด และพายุแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 3 ประเภท คือ<br />
</span></strong><br />
      <strong><span style="color: #800080;">   1. พายุฝนฟ้าคะนอง</span></strong>มีลักษณะเป็นลมพัดย้อนไปมา หรือพัดเคลื่อนตัวไปในทิศทางเดียวกัน อาจเกิดจากพายุที่อ่อนตัวและลดความรุนแรงของลมลง หรือเกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำ ร่องความกดอากาศต่ำ อาจไม่มีทิศทางที่แน่นอน </p>
<p>        <strong><span style="color: #800080;">2.พายุหมุนเขตร้อนต่างๆ</span></strong> เช่น เฮอร์ริเคน ไต้ฝุ่น และไซโคลน ซึ่งล้วนเป็นพายุหมุนขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน และจะเกิดขึ้นหรือเริ่มต้นก่อตัวในทะเล หากเกิดเหนือเส้นศูนย์สูตร จะมีทิศทางการหมุนทวนเข็มนาฬิกา และหากเกิดใต้เส้นศูนย์สูตรจะหมุนตามเข็มนาฬิกา โดยมีชื่อต่างกันตามสถานที่เกิด กล่าวคือ </p>
<p>        <strong> ++ พายุเฮอร์ริเคน (hurricane)</strong> เป็นชื่อเรียกพายุหมุนที่เกิดบริเวณทิศตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติก เช่น บริเวณฟลอริดา สหรัฐอเมริกา อ่าวเม็กซิโก ทะเลแคริบเบียน เป็นต้น รวมทั้งมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณชายฝั่งประเทศเม็กซิโก </p>
<p>        <strong> ++ พายุไต้ฝุ่น (typhoon) </strong>เป็นชื่อพายุหมุนที่เกิดทางทิศตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ เช่น บริเวณทะเลจีนใต้ อ่าวไทย อ่าวตังเกี๋ย ประเทศญี่ปุ่น </p>
<p>         <strong>++ พายุไซโคลน (cyclone) </strong>เป็นชื่อพายุหมุนที่เกิดในมหาสมุทรอินเดีย เหนือ เช่น บริเวณอ่าวเบงกอล ทะเลอาหรับ เป็นต้น แต่ถ้าพายุนี้เกิดบริเวณทะเลติมอร์และทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย จะเรียกว่า พายุวิลลี-วิลลี (willy-willy) </p>
<p>         <strong>++ พายุโซนร้อน (tropical storm)</strong> เกิดขึ้นเมื่อพายุเขตร้อนขนาดใหญ่อ่อนกำลังลง ขณะเคลื่อนตัวในทะเล และความเร็วที่จุดศูนย์กลางลดลงเมื่อเคลื่อนเข้าหาฝั่ง มีความเร็วลม 62-117 กิโลเมตรต่อชั่วโมง</p>
<p>        <strong> ++ พายุดีเปรสชัน (depression) </strong>เกิดขึ้นเมื่อความเร็วลดลงจากพายุโซนร้อน ซึ่งก่อให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองธรรมดาหรือฝนตกหนัก มีความเร็วลมน้อยกว่า 61 กิโลเมตรต่อชั่วโมง</p>
<p>         <strong>3. พายุทอร์นาโด (tornado) </strong>เป็นชื่อเรียกพายุหมุนที่เกิดในทวีปอเมริกา มีขนาดเนื้อที่เล็กหรือเส้นผ่าศูนย์กลางน้อย แต่หมุนด้วยความเร็วสูง หรือความเร็วที่จุดศูนย์กลางสูงมากกว่าพายุหมุนอื่นๆ ก่อความเสียหายได้รุนแรงในบริเวณที่พัดผ่าน เกิดได้ทั้งบนบกและในทะเล </p>
<p>       <span style="color: #800000;">  สำหรับ <strong>&#8220;นาร์กีส&#8221; (Nargis)</strong> เป็นชื่อเรียกของพายุหมุนเขตร้อน เกิดในอ่าวเบงกอลตอนกลาง ในประเทศปากีสถานมีความเร็วลม 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จัดอยู่ในความรุนแรงระดับ 3 คือทำลายล้างปานกลาง ทำลายโครงสร้างที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก น้ำท่วมขังถึงพื้นบ้านชั้นล่าง ซึ่งระดับความรุนแรงของพายุหมุนเขตร้อนที่มีความเร็วลมเกิน 118 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ <br />
</span><br />
     <strong>    <span style="color: #000080;">- ระดับที่ 1</span></strong> มีความเร็วลม 119-153 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำลายล้างเล็กน้อย ไม่ส่งผลต่อสิ่งปลูกสร้าง มีน้ำท่วมขังตามชายฝั่ง </p>
<p>        <span style="color: #000080;"><strong>- ระดับที่ 2</strong></span> มีความเร็วลม 154-177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำลายล้างเล็กน้อย ทำให้หลังคา ประตู หน้าต่างบ้านเรือนเสียหายบ้าง ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง </p>
<p>        <strong><span style="color: #000080;">- ระดับที่ 3</span></strong> มีความเร็วลม 178-209 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำลายล้างปานกลาง ทำลายโครงสร้างที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก น้ำท่วมขังถึงพื้นบ้านชั้นล่าง </p>
<p>       <strong><span style="color: #000080;">  &#8211; ระดับที่ 4</span></strong> มีความเร็วลม 210-249 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำลายล้างสูง หลังคาบ้านเรือนบ้านเรือนบางแห่งถูกทำลาย น้ำท่วมเข้ามาถึงพื้นบ้าน </p>
<p>       <strong> <span style="color: #000080;"> &#8211; ระดับที่ 5</span></strong> มีความเร็วลมมากกว่า 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะทำลายล้างสูงมาก หลังคาบ้านเรือน ตึกและอาคารต่างๆ ถูกทำลาย พังทลาย น้ำท่วมขังปริมาณมาก ถึงขั้นทำลายทรัพย์สินในบ้าน อาจต้องประกาศอพยพประชาชน</p>
<p>        <span style="color: #800080;"> ขณะเดียวกันหลังพายุไซโคลน <strong>&#8220;นาร์กีส&#8221;</strong> ที่มีความเร็วลม 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซัดถล่มเมืองย่างกุ้งและบาสเซน แถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี ของประเทศพม่า เมื่อเช้าตรู่วันที่ 3 พฤษภาคม 2551ซึ่งก่อนหน้านี้คาดว่าจะจู่โจมประเทศบังกลาเทศก่อน แต่ก็เปลี่ยนทิศทางลมมาที่ประเทศพม่าแทน สำหรับความรุนแรงของไซโคลนนาร์กีสพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวว่อน ต้นไม้และเสาไฟฟ้าหักโค่น ไฟฟ้าดับทั่วเมือง ในขณะที่ทางภาคเหนือและภาคใต้ของประเทศไทยก็เจอหางเลขอิทธิพลนาร์กีสเล็กน้อย ซึ่งทำให้หลายจังหวัดเกิดฝนตกชุก มีน้ำท่วมขัง </p>
<p></span>         พิบัติภัยธรรมชาติไม่มีทางเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะประเทศไหนหรือแผ่นดินใด ไม่มีทางหลีกลี้หนีพ้น แต่มีวิธีป้องกันซึ่งวิธีการที่ดีที่สุดก็คือ รัฐบาลต้องมีหน่วยงานซึ่งทำหน้าที่ early warning คือเตือนประชาชนคนของตนแต่แรก ด้วยข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและทันการณ์ จากนั้นก็ต้องรีบดำเนินการต่างๆ อย่างเหมาะสม เช่น ย้ายผู้คนให้ไปอยู่ในที่ปลอดภัย ทั้งนี้ นับเป็นโชคดีของประเทศไทยที่ เมื่อนาร์กีสมาถึงบ้านเราก็ลดความแรงลง คงมีแต่ฝนเป็นส่วนใหญ่ แม้จะทำความเสียหายแก่พืชไร่ ของเกษตรกรไม่น้อยแต่ก็เพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนสำคัญๆ ได้พอเพียงที่จะไว้ใช้เพาะปลูกได้ </p>
<p>     <strong>   <span style="color: #000080;"> อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาออกมาประกาศเตือนประชาชนแล้วว่า ปีนี้ฤดูฝนจะมาเร็วกว่าปกติ</span></strong><span style="color: #000080;"> ซึ่งที่จริงแล้วฤดูฝนจะเริ่มประมาณกลางเดือนพฤษภาคม แต่ปีนี้มาตั้งแต่ต้นเดือนทำให้ถึงฤดูฝนเร็วขึ้น ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากพายุไซโคลนนาร์กีส ประกอบกับลานินญ่า โลกร้อน และการแปรปรวนของสภาพอากาศ ประชาชนต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะพายุมีโอกาสเข้ามาได้ ทำให้หลายฝ่ายวิเคราะห์กันว่าผลพวงภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั้งหมด มาจาก <strong>&#8220;ภาวะโลกร้อน&#8221;</strong> ซึ่งก็เกิดจากฝีมือมนุษย์ล้วน</p>
<p></span>         ภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะมันมีพลังอำนาจทำลายล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้อย่างน่าหวาดหวั่น<strong> เมื่อเกิดแล้วก็อาจจะเงอะงะกันไปทั้งประเทศ อย่างที่รัฐบาลทหารพม่ากำลังประสบอยู่ในขณะนี้&#8230;</p>
<p>ข่าวที่เกี่ยวข้อง</strong></p>
<p>- <a href="http://hilight.kapook.com/view/23649" target="_blank">พระเทพฯ ทรงห่วงคนไทย-พม่า น้ำทะเลอุ่นปะทะเย็นไทยเสี่ยง</a><br />
- <a href="http://hilight.kapook.com/view/23606" target="_blank">พม่าจ่อ 5 หมื่นศพ-นาร์กิสฤทธิ์เท่าสึนามิ</a><br />
- <a href="http://hilight.kapook.com/view/23556" target="_blank">เหยื่อ นาร์กีส พุ่ง 1.5 หมื่นราย แล้ว</a><br />
- <a href="http://hilight.kapook.com/view/10152" target="_blank">เอลนีโญส่งผลทะเลไทย น้ำเย็นลงมีตะกอนขุ่นทำให้คัน  </a><br />
- <a href="http://hilight.kapook.com/view/9576" target="_blank">ตะลึง! ทะเลเหือด</a><br />
- <a href="http://hilight.kapook.com/view/9541" target="_blank">เสียงเตือนจาก &#8220;อัล กอร์&#8221; &#8220;หยุดโลกร้อน&#8230;คุณทำได้ !&#8221; </a><br />
- <a href="http://hilight.kapook.com/view/9502" target="_blank">เมืองมืดเพื่อโลกสว่าง </a><br />
- <a href="http://hilight.kapook.com/view/9399" target="_blank">&#8220;สมิทธ&#8221; เตือนมหาวิบัติภัย ยัน &#8220;ภาวะโลกร้อน&#8221; ของจริง</a><br />
- <a href="http://hilight.kapook.com/view/8055" target="_blank">โลกร้อน&#8230;ความจริงที่ไม่มีใครอยากฟัง จริงหรือ?</a><br />
- <a href="http://hilight.kapook.com/view/5233" target="_blank">&#8220;ภาวะโลกร้อน&#8221; ความจริงช็อกโลก!!! </a><br />
- <a href="http://hilight.kapook.com/view/1125" target="_blank">พิษวิกฤตโลกร้อนน้ำตกแห้ง-ป่าลด  </a><br />
- <a href="http://hilight.kapook.com/view/7750" target="_blank">เผย กทม. ปีนี้ ร้อนทะลุ 40 องศา </a><br />
- <a href="http://hilight.kapook.com/view/1931" target="_blank">&#8220;โลกร้อน&#8221; พาโลกมนุษย์ ย้อนกลับสู่ยุคไดโนเสาร์!</a><br />
- <a href="http://hilight.kapook.com/view/4966" target="_blank">ไทยมีเอี่ยวทำโลกร้อน ติดอันดับ 9 โลกปล่อยก๊าซสูงสุด </a><br />
- <a href="http://hilight.kapook.com/view/4998" target="_blank">ปี 2549 ทำสถิติ ปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์  </a></p>
<p>ข้อมูลจาก<br />
<a href="http://www.thairath.co.th/news.php?section=international01&amp;content=88750" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/thairath.jpg" border="0" alt="" width="130" height="44" /></a> <a href="http://203.150.225.235/admin_hilight/spaw2/empty/://www.komchadluek.net/2008/05/08/x_scoo_p001_201568.php?news_id=201568" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/komchadluek.jpg" border="0" alt="" width="139" height="45" /></a><br />
<a href="http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=163123&amp;NewsType=1&amp;Template=1" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/dailynews.jpg" border="0" alt="" width="130" height="44" /></a> <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸²à¸¢à¸¸" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/wiki.jpg" border="0" alt="" width="120" height="45" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://sanroo.kapook.com/nargis/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พายุหมุนเขตร้อน</title>
		<link>http://sanroo.kapook.com/tropicalcyclone/</link>
		<comments>http://sanroo.kapook.com/tropicalcyclone/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Oct 2008 08:04:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kanistha</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[นาร์กีส]]></category>
		<category><![CDATA[พายุ]]></category>
		<category><![CDATA[พายุหมุน]]></category>
		<category><![CDATA[พายุหมุนเขตร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[พายุไซโคลน]]></category>
		<category><![CDATA[เฮอร์ริเคน]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้ฝุ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://sanroo.kapook.com/?p=9</guid>
		<description><![CDATA[
 
เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม
          ช่วงนี้หลายคนคงรู้สึกว่าได้ยินคำว่า &#8220;พายุ&#8221; อยู่บ่อยๆ ทั้งจากโทรทัศน์, วิทยุ หรือหนังสือพิมพ์ แถมประจวบกับที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศพม่าโดน &#8220;นาร์กีส&#8221; หรือ &#8220;พายุไซโคลน&#8221; ถล่มซะจนสร้างความเสียหายครั้งยิ่งใหญ่ จนทำให้หลายๆ คนอยากรู้จักกับพายุมากยิ่งขึ้น เพื่อจะได้รู้จักและหาป้องกันตัวเองได้ ดังนั้น เราจะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับพายุให้มากขึ้น โดยเฉพาะ &#8220;พายุหมุนเขตร้อน&#8221; ที่มักเข้ามาสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยหรือเพื่อนบ้านรอบๆ
พายุคืออะไร.. ?พายุ คือ สภาพบรรยากาศที่ถูกรบกวนแบบใดๆ ก็ตาม โดยเฉพาะที่มีผลกระทบต่อพื้นผิวโลก และบ่งบอกถึงสภาพอากาศที่รุนแรง เวลากล่าวถึงความรุนแรงของพายุ จะมีเนื้อหาสำคัญอยู่บางประการคือ ความเร็วที่ศูนย์กลาง ซึ่งอาจสูงถึง 400 กิโลเมตร/ชั่วโมง ความเร็วของการเคลื่อนตัว ทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุ และขนาดความกว้างหรือเส้นผ่าศูนย์กลางของตัวพายุ ซึ่งบอกถึงอาณาบริเวณที่จะได้รับความเสียหายว่าครอบคลุมเท่าใด ความรุนแรงของพายุจะมีหน่วยวัดความรุนแรงคล้ายหน่วยริกเตอร์ของการวัดความรุนแรงแผ่นดินไหว มักจะมีความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
         
พายุแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 3 ประเภท คือ
         พายุฝนฟ้าคะนอง มีลักษณะเป็นลมพัดย้อนไปมา หรือพัดเคลื่อนตัวไปในทิศทางเดียวกัน อาจเกิดจากพายุที่อ่อนตัวและลดความรุนแรงของลมลง หรือเกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำ ร่องความกดอากาศต่ำ อาจไม่มีทิศทางที่แน่นอน หากสภาพการณ์แวดล้อมต่างๆ ของการเกิดฝนเหมาะสม ก็จะเกิดฝนตก มีลมพัด
          พายุหมุนเขตร้อน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/variety/storm_thaiwikipedia_2.jpg" border="0" alt="" width="500" height="332" /></p>
<p> </p>
<p align="left">เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม</p>
<p>          ช่วงนี้หลายคนคงรู้สึกว่าได้ยินคำว่า &#8220;พายุ&#8221; อยู่บ่อยๆ ทั้งจากโทรทัศน์, วิทยุ หรือหนังสือพิมพ์ แถมประจวบกับที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศพม่าโดน &#8220;นาร์กีส&#8221; หรือ &#8220;พายุไซโคลน&#8221; ถล่มซะจนสร้างความเสียหายครั้งยิ่งใหญ่ จนทำให้หลายๆ คนอยากรู้จักกับพายุมากยิ่งขึ้น เพื่อจะได้รู้จักและหาป้องกันตัวเองได้ ดังนั้น เราจะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับพายุให้มากขึ้น โดยเฉพาะ &#8220;พายุหมุนเขตร้อน&#8221; ที่มักเข้ามาสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยหรือเพื่อนบ้านรอบๆ</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">พายุคืออะไร.. ?</span></strong>พายุ คือ สภาพบรรยากาศที่ถูกรบกวนแบบใดๆ ก็ตาม โดยเฉพาะที่มีผลกระทบต่อพื้นผิวโลก และบ่งบอกถึงสภาพอากาศที่รุนแรง เวลากล่าวถึงความรุนแรงของพายุ จะมีเนื้อหาสำคัญอยู่บางประการคือ ความเร็วที่ศูนย์กลาง ซึ่งอาจสูงถึง 400 กิโลเมตร/ชั่วโมง ความเร็วของการเคลื่อนตัว ทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุ และขนาดความกว้างหรือเส้นผ่าศูนย์กลางของตัวพายุ ซึ่งบอกถึงอาณาบริเวณที่จะได้รับความเสียหายว่าครอบคลุมเท่าใด ความรุนแรงของพายุจะมีหน่วยวัดความรุนแรงคล้ายหน่วยริกเตอร์ของการวัดความรุนแรงแผ่นดินไหว มักจะมีความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p>         </p>
<p>พายุแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 3 ประเภท คือ</p>
<p>        <strong> พายุฝนฟ้าคะนอง</strong> มีลักษณะเป็นลมพัดย้อนไปมา หรือพัดเคลื่อนตัวไปในทิศทางเดียวกัน อาจเกิดจากพายุที่อ่อนตัวและลดความรุนแรงของลมลง หรือเกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำ ร่องความกดอากาศต่ำ อาจไม่มีทิศทางที่แน่นอน หากสภาพการณ์แวดล้อมต่างๆ ของการเกิดฝนเหมาะสม ก็จะเกิดฝนตก มีลมพัด</p>
<p>          <strong>พายุหมุนเขตร้อน (Tropical cyclone) </strong>ต่างๆ เช่น เฮอร์ริเคน ไต้ฝุ่น และไซโคลน ซึ่งล้วนเป็นพายุหมุนขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน และจะเกิดขึ้นหรือเริ่มต้นก่อตัวในทะเล หากเกิดเหนือเส้นศูนย์สูตร จะมีทิศทางการหมุนทวนเข็มนาฬิกา และหากเกิดใต้เส้นศูนย์สูตรจะหมุนตามเข็มนาฬิกา โดยมีชื่อต่างกันตามสถานที่เกิด กล่าวคือ</p>
<p>          <strong>1. พายุเฮอร์ริเคน (hurricane)</strong> เป็นชื่อเรียกพายุหมุนที่เกิดบริเวณทิศตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติก เช่น บริเวณฟลอริดา สหรัฐอเมริกา อ่าวเม็กซิโก ทะเลแคริบเบียน เป็นต้น รวมทั้งมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณชายฝั่งประเทศเม็กซิโก</p>
<p>         <strong> 2. พายุไต้ฝุ่น (typhoon)</strong> เป็นชื่อพายุหมุนที่เกิดทางทิศตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ เช่น บริเวณทะเลจีนใต้ อ่าวไทย อ่าวตังเกี๋ย ประเทศญี่ปุ่น แต่ถ้าเกิดในหมู่เกาะฟิลิปปินส์ เรียกว่า บาเกียว (Baguio)</p>
<p>          <strong>3. พายุไซโคลน (cyclone)</strong> เป็นชื่อพายุหมุนที่เกิดในมหาสมุทรอินเดีย เหนือ เช่น บริเวณอ่าวเบงกอล ทะเลอาหรับ เป็นต้น แต่ถ้าพายุนี้เกิดบริเวณทะเลติมอร์และทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย จะเรียกว่า พายุวิลลี-วิลลี (willy-willy)</p>
<p>        <strong>  4. พายุโซนร้อน (tropical storm)</strong> เกิดขึ้นเมื่อพายุเขตร้อนขนาดใหญ่อ่อนกำลังลง ขณะเคลื่อนตัวในทะเล และความเร็วที่จุดศูนย์กลางลดลงเมื่อเคลื่อนเข้าหาฝั่ง </p>
<p>        <strong>  5. พายุดีเปรสชัน (depression)</strong> เกิดขึ้นเมื่อความเร็วลดลงจากพายุโซนร้อน ซึ่งก่อให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองธรรมดาหรือฝนตกหนัก</p>
<p>          <strong>6. พายุทอร์นาโด (tornado)</strong> เป็นชื่อเรียกพายุหมุนที่เกิดในทวีปอเมริกา มีขนาดเนื้อที่เล็กหรือเส้นผ่าศูนย์กลางน้อย แต่หมุนด้วยความเร็วสูง หรือความเร็วที่จุดศูนย์กลางสูงมากกว่าพายุหมุนอื่น ๆ ก่อความเสียหายได้รุนแรงในบริเวณที่พัดผ่าน เกิดได้ทั้งบนบก และในทะเล หากเกิดในทะเล จะเรียกว่า นาคเล่นน้ำ (water spout) บางครั้งอาจเกิดจากกลุ่มเมฆบนท้องฟ้า แต่หมุนตัวยื่นลงมาจากท้องฟ้าไม่ถึงพื้นดิน มีรูปร่างเหมือนงวงช้าง จึงเรียกกันว่า <strong>ลมงวง</strong></p>
<p> </p>
<p align="center"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/variety/storm_thaiwikipedia.jpg" border="0" alt="" width="500" height="434" /></p>
<p align="left"><strong><span style="color: #0000ff;">ถิ่นกำเนิดหรือบริเวณที่เกิดพายุหมุนเขตร้อน</span></strong>พายุหมุนเขตร้อนเป็นคำทั่วๆ ไปที่ใช้สำหรับเรียกพายุหมุนหรือพายุไซโคลน (Cyclone) ที่มีถิ่นกำเนิดเหนือมหาสมุทรในเขตร้อนแถบละติจูดต่ำ แต่อยู่นอกเขตบริเวณเส้นศูนย์สูตร เพราะยังไม่เคยปรากฏว่ามีพายุหมุนเขตร้อนเกิดที่เส้นศูนย์สูตร พายุนี้เกิดขึ้นในมหาสมุทรหรือทะเลที่มีอุณหภูมิสูงตั้งแต่ 26 องศาเซลเซียส หรือ 27 องศาเซลเซียส ขึ้นไป และมีปริมาณไอน้ำสูง เมื่อเกิดขึ้นแล้วมักเคลื่อนตัวตามกระแสลมส่วนใหญ่จากทิศตะวันออกมาทางทิศตะวันตก และค่อยโค้งขึ้นไปทางละติจูดสูง แล้วเวียนโค้งกลับไปทางทิศตะวันออกอีก พายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้นได้หลายแห่งในโลก และมีชื่อเรียกต่างกันไปตามแหล่งกำเนิด</p>
<p>         </p>
<p>         <strong> พายุหมุนเขตร้อนเมื่ออยู่ในสภาวะที่เจริญเติบโตเต็มที่ จะเป็นพายุที่มีความรุนแรงที่สุดชนิดหนึ่งในบรรดาพายุที่เกิดขึ้นในโลก มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณตั้งแต่ 100 กิโลเมตรขึ้นไป</strong> และเกิดขึ้นพร้อมกับลมที่พัดแรงมาก ระบบการหมุนเวียนของลมเป็นไป โดยพัดเวียนในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาเข้าสู่ศูนย์กลางของพายุในซีกโลกเหนือ ส่วนในซีกโลกใต้พัดเวียนตามเข็มนาฬิกา ยิ่งใกล้ศูนย์กลางลมจะหมุนเกือบเป็นวงกลมและมีความเร็วสูงที่สุด</p>
<p>          ความเร็วลมสูงสุดที่บริเวณใกล้ศูนย์กลางนำมาใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาความรุนแรงของพายุ ซึ่งในย่านมหาสมุทรแปซิ-ฟิกเหนือด้านตะวันตก และทะเลจีนใต้มีการแบ่งตามข้อตกลงระหว่างประเทศดังนี้ </p>
<p>        <strong>  &#8211; พายุดีเปรสชันเขตร้อน</strong> (tropical depression) ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางไม่ถึง 34 นอต (63 กิโลเมตร/ชั่วโมง)</p>
<p>         <strong> &#8211; พายุโซนร้อน</strong> (tropical storm) ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลาง 34 นอต (63 กิโลเมตร/ชั่วโมง) ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 64 นอต (118 กิโลเมตร/ชั่วโมง) </p>
<p>         <strong> &#8211; ไต้ฝุ่น</strong> (typhoon) ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางตั้งแต่ 64 นอต (118 กิโลเมตร/ชั่วโมง) ขึ้นไป</p>
<p>        <strong>  </strong>สำหรับประเทศไทยได้รับผลกระทบจาก <strong>&#8220;พายุหมุนเขตร้อน&#8221;</strong> ที่ก่อตัวในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก และพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวในบริเวณมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเราเรียกว่า <strong>&#8220;ไซโคลน&#8221;</strong> แม้พายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวในบริเวณมหาสมุทรอินเดียจะไม่เข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ก็สามารถก่อความเสียหายต่อประเทศไทยได้เช่นกัน เมื่อทิศการเคลื่อนที่เข้าสู่บริเวณใกล้ประเทศไทยทางด้านตะวันตก ในกรณีของพายุหมุนเขตร้อนซึ่งก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้นั้น จะเคลื่อนที่เข้าสู่ประเทศไทยในบริเวณต่างๆ ของประเทศแตกต่างกันตามฤดูกาล</p>
<p>         <strong> พายุหมุนเขตร้อน หรือ พายุไซโคลน เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่สามารถทำความเสียหายได้รุนแรง จะต้องมีความเร็วลมมากกว่า 64 นอต (30 เมตร/วินาที, 74 ไมล์/ชั่วโมง หรือ 118 กิโลเมตร/ ชั่วโมง) ขึ้นไป</strong> และมักจะมี &#8220;ตาพายุ&#8221; ศูนย์กลางหรือที่เรียกว่า &#8220;ตา&#8221; เป็นบริเวณที่มีลมสงบ อากาศโปร่งใส โดยอาจมีเมฆและฝนบ้างเล็กน้อย ล้อมรอบด้วยพื้นที่บริเวณกว้างรัศมีหลายร้อยกิโลเมตร ตาพายุนี้จะเห็นได้ชัดเจนจากภาพถ่ายดาวเทียมเป็นวงกลมเล็กที่ไม่มีเมฆ รอบตาจะมีกำแพงล้อมที่มีขนาดกว้างประมาณ 16-80 กิโลเมตร เป็นบริเวณที่มีพายุฝนและลมหมุนที่รุนแรงมากหมุนวนรอบๆ ตา </p>
<p>        <strong>  ดังนั้น ในบริเวณที่พายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนที่ผ่าน ครั้งแรกจะปรากฏลักษณะอากาศโปร่งใส เมื่อด้านหน้าของพายุหมุนเขตร้อนมาถึงจะปรากฏลมแรง ฝนตกหนัก และมีพายุฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจปรากฏพายุทอร์นาโด ในขณะตาพายุมาถึง อากาศจะโปร่งใสอีกครั้ง และเมื่อด้านหลังของพายุหมุนมาถึงอากาศจะเลวร้ายลงอีกครั้งและรุนแรงกว่าครั้งแรก</strong> ซึ่งการเคลื่อนตัวของเมฆรอบศูนย์กลางพายุก่อตัวเป็นรูปขดวงก้นหอยที่เด่นชัด แถบหรือวงแขที่อาจยื่นโค้งเป็นระยะที่ยาวออกไปได้มากในขณะที่เมฆถูกดึงเข้าสู่วงหมุน ทิศทางวงหมุนของพายุขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดว่าอยู่ ณ ส่วนใดของซีกโลกดังกล่าวแล้ว </p>
<p>        <strong>  </strong>หากอยู่ซีกโลกเหนือพายุจะหมุนทวนเข็มนาฬิกา ด้านซีกโลกใต้จะหมุนตามเข็มนาฬิกา ความเร็วสูงสุดของพายุหมุนเขตร้อนที่เคยวัดได้มีความเร็วมากกว่า 85 เมตร/วินาที (165 นอต, 190 ไมล์/ชั่วโมง, 305 กิโลเมตร/ชั่วโมง) พายุที่รุนแรงมากและอยู่ในระยะก่อตัวช่วงสูงสุดบางครั้งอาจมีรูปร่างของโค้งด้านในแลดูเหมือนอัฒจรรย์สนามแข่งขันฟุตปอลได้ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบางครั้งในลักษณะเช่นนี้เรียกว่า &#8220;ปรากฏการณ์อัฒจรรย์&#8221; (stadium effect)</p>
<p>        <strong>  </strong>วงหมุนที่เกิดผนังตาพายุจะเกิดตามปกติเมื่อพายุมีความรุนแรงมาก เมื่อพายุแรงถึงขีดสุดก็มักจะเกิดการหดตัว ของรัศมีกำแพงตาพายุเล็กลงถึงประมาณ 8-24 กิโลเมตร (5-15 ไมล์) ซึ่งบางครั้งอาจไม่เกิด ถึงจุดนี้เมฆฝนอาจก่อตัวเป็นแถบอยู่ด้านนอกแล้วค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าวงในแย่งเอาความชื้นและแรงผลักดันหรือโมเมนตัมจากผนังตาพายุ ทำให้ความรุนแรงลดลงบ้าง (ความเร็วสูงสุดที่ผนังลดลงเล็กน้อยและความกดอากาศสูงขึ้น) ในที่สุดผนังตาพายุด้านนอกก็จะเข้ามาแทนผนังในจนหมด ทำให้พายุกลับมามีความเร็วเท่าเดิม </p>
<p>        <strong>  </strong>แต่ในบางกรณีอาจกลับเร็วขึ้นได้ แม้พายุหมุนจะอ่อนตัวลงที่ปลายผนังตาที่ถูกแทนที่ แต่ที่จริงแล้วการเพิ่งผ่านปรากฏการณ์ลักษณะนี้ในรอบแรกและชะลอการเกิดในรอบต่อไป เป็นการเปิดโอกาสให้ความรุนแรงสะสมตัวเพิ่มขึ้นอีกได้ถ้ามีสภาวะที่เหมาะสม ซึ่งระดับความรุนแรงของพายุหมุนเขตร้อนที่มีความเร็วลมเกิน 118 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่</p>
<p>        <strong>  &#8211; ระดับที่ 1 มีความเร็วลม 119-153 กิโลเมตรต่อชั่วโมง</strong> ทำลายล้างเล็กน้อย ไม่ส่งผลต่อสิ่งปลูกสร้าง มีน้ำท่วมขังตามชายฝั่ง  </p>
<p>        <strong>  &#8211; ระดับที่ 2 มีความเร็วลม 154-177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง</strong> ทำลายล้างเล็กน้อย ทำให้หลังคา ประตู หน้าต่างบ้านเรือนเสียหายบ้าง ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง  </p>
<p>        <strong>  &#8211; ระดับที่ 3 มีความเร็วลม 178-209 กิโลเมตรต่อชั่วโมง</strong> ทำลายล้างปานกลาง ทำลายโครงสร้างที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก น้ำท่วมขังถึงพื้นบ้านชั้นล่าง </p>
<p>        <strong>  &#8211; ระดับที่ 4 มีความเร็วลม 210-249 กิโลเมตรต่อชั่วโมง</strong> ทำลายล้างสูง หลังคาบ้านเรือนบ้านเรือนบางแห่งถูกทำลาย น้ำท่วมเข้ามาถึงพื้นบ้าน  </p>
<p>        <strong>  &#8211; ระดับที่ 5 มีความเร็วลมมากกว่า 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง</strong> จะทำลายล้างสูงมาก หลังคาบ้านเรือน ตึกและอาคารต่างๆ ถูกทำลาย พังทลาย น้ำท่วมขังปริมาณมาก ถึงขั้นทำลายทรัพย์สินในบ้าน อาจต้องประกาศอพยพประชาชน </p>
<p>        <strong>  </strong>ขณะเดียวกันพายุหมุนเขตร้อนซึ่งก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิก และมีความแรงของลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางพายุมากกว่า 33 นอต จะเริ่มมีการกำหนดชื่อเรียก โดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกได้จัดรายชื่อเพื่อเรียกพายุหมุนเขตร้อนซึ่งก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกไว้เป็นสากล เพื่อทุกประเทศในบริเวณนี้ใช้เพื่อเรียกพายุหมุนเขตร้อนซึ่งก่อตัวขึ้น โดยเรียงตามลำดับให้เหมือนกัน</p>
<p>        <strong>  </strong>ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา ได้เกิดระบบการตั้งชื่อพายุเป็นภาษาพื้นเมืองของแต่ละประเทศสมาชิกในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกตอนบนและแถบทะเลจีนใต้ 14 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา จีน เกาหลีใต้ ฮ่องกง ญี่ปุ่น มาเลเซีย ไมโครนีเซีย ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา เวียดนาม และไทย โดยนำชื่อมาเรียงเป็น 5 สดมภ์ เริ่มจากกัมพูชาจนถึงเวียดนามในสดมภ์ที่ 1 เมื่อหมดแล้วให้เริ่มขึ้นสดมภ์ที่ 2 ถึง 5 แล้วจึงเวียนมาเริ่มที่สดมภ์ 1 อีกครั้ง จนกว่าจะมีการกำหนดชื่อพายุครั้งใหม่อีก</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">อันตรายของพายุ</span></strong></p>
<p>1. ความรุนแรงและอันตรายอันเกิดจากพายุไต้ฝุ่น</p>
<p>        <strong>  </strong>เมื่อพายุที่มีกำลังขนาดไต้ฝุ่น พัดผ่านที่ใดย่อมทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงทั่วไป เช่น บนบกต้นไม้จะล้ม ถอนราก ถอนโคน จะทำให้เกิดอันตรายจากต้นไม้ล้มทับบ้านเรือน บ้านเรือนพังทับผู้คนในบ้านและใกล้เคียงบาดเจ็บหรือตาย เรือกสวนไร่นาเสียหายหนักมาก เสาไฟฟ้าล้ม สายไฟฟ้าขาด ไฟฟ้าช็อต เกิดเพลิงไหม้และผู้คนอาจเสียชีวิตจากไฟฟ้าดูดได้ ผู้คนที่มีอาคารพักอาศัยอยู่ริมทะเลอาจถูกน้ำพัดพาลงทะเลจมน้ำตายได้ ดังเช่น ปรากฏการณ์ที่แหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราช</p>
<p>        <strong>  </strong>ในทะเลลมแรงจัดมาก คลื่นใหญ่ เรือขนาดใหญ่ๆ ขนาดหมื่นตันอาจจะถูกพัดพาไปเกยฝั่งล่มจมได้ บรรดาเรือเล็กเป็นอันตรายล่มจมสิ้น ไม่สามารถจะต้านความรุนแรงของพายุได้ คลื่นใหญ่ซัดขึ้นริมฝั่งจนทำให้ระดับน้ำขึ้นสูงมากจนท่วมอาคารบ้านช่องริมทะเลได้ บรรดาโป๊ะจับปลาในทะเลถูกทำลายลงโดยสิ้นเชิงโดยคลื่นและลม</p>
<p><strong>2. ความรุนแรงและอันตรายจากพายุโซนร้อน</strong>        <strong>  </strong>พายุโซนร้อนมีความรุนแรงน้อยกว่าพายุไต้ฝุ่น ฉะนั้น อันตรายอันจะเกิดจากการที่พายุนี้พัดมาปะทะลดลงในระดับรองลงมาจากพายุไต้ฝุ่น แต่ถึงกระนั้นก็ตามความรุนแรงที่จะทำให้ความเสียหายก็ยังมีมากเหมือนกัน ในทะเลลมจะแรงมากจนสามารถจะจมเรือขนาดใหญ่ๆ ได้ ต้นไม้ถอนรากถอนโคนดังพายุโซนร้อนที่ปะทะฝั่งแหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราช </p>
<p> </p>
<p>        <strong>  </strong>ถ้าการเตรียมการรับสถานการณ์ไม่เพียงพอ ไม่มีการประกาศโฆษณาให้ประชาชนได้ทราบ เพื่อหลีกเลี่ยงภัยอันตรายอย่างทั่วถึง ไม่มีวิธีการดำเนินการที่เข้มแข็งในการอพยพ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ ในระหว่างเกิดพายุ การสูญเสียก็ย่อมมีการเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สมบัติของประชาชน</p>
<p><strong>3. ความรุนแรงและอันตรายจากพายุดีเปรสชั่น</strong>        <strong>  </strong>พายุดีเปรสชั่นเป็นพายุที่มีกำลังอ่อน ไม่มีอันตรายรุนแรงแต่ทำให้มีฝนตกปานกลางทั่วไป ตลอดทางที่พายุดีเปรสชั่นผ่านไป และมีฝนตกหนักเป็นแห่งๆ พร้อมด้วยลมกรรโชกแรงเป็นครั้งคราว ซึ่งบางคราวจะรุนแรงจนทำให้เกิดความเสียหายได้บ้าง ไม่ปลอดภัยเสียทีเดียว ในทะเลค่อนข้างแรงและคลื่นจัด บรรดาเรือประมงเล็กขนาดต่ำกว่า 50 ตัน ควรงดเว้นออกทะเลเพราะอาจจะล่มลงได้ </p>
<p> </p>
<p>        <strong>  </strong>และพายุดีเปรสชั่นนี้เมื่ออยู่ในทะเลได้รับไอน้ำหล่อเลี้ยงตลอดเวลา และไม่มีสิ่งกีดขวางทางลมอาจจะทวีกำลังขึ้นได้โดยฉับพลัน ฉะนั้น เมื่อได้รับทราบข่าวว่ามีพายุดีเปรสชั่นขึ้นในทะเลก็อย่าได้ไว้วางใจว่าจะมีกำลังอ่อนเสมอไปอาจจะมีอันตรายได้เหมือนกัน สำหรับพายุพัดจัดจะลดน้อยลงเป็นลำดับ มีแต่ฝนตกทั่วไปเป็นระยะนานๆ และตกได้มากถึง 100 มิลลิเมตร ภายใน 12 ชั่วโมงซึ่งต่อไปก็จะทำให้เกิดน้ำป่าไหลบ่าจากภูเขาและป่าใกล้เคียงลงมาท่วมบ้านเรือนได้ในระยะเวลาสั้นๆ หลังจากภายุได้ผ่านไปแล้ว</p>
<p><strong>4. ความรุนแรงและอันตรายจากพายุฤดูร้อน</strong>        <strong>  </strong>พายุฤดูร้อนเป็นพายุที่เกิดขึ้นโดยเหตุและวิธีการต่างกับพายุดีเปรสชั่น และเกิดบนผืนแผ่นดินที่ร้อนอบอ้าวในฤดูร้อนแต่เป็นพายุที่มีบริเวณย่อมๆ มีอาณาเขตเพียง 20-30 ตารางกิโลเมตร แต่อาจมีลมแรงมากถึง 47 น็อต หรือ 87 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้มีกำลังแรงที่จะทำให้เกิดความเสียหายได้มากเหมือนกันแต่เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 2-3 ชั่วโมง อันตรายที่เกิดขึ้นคือ ต้นไม้หักล้มทับบ้านเรือนผู้คน บ้านเรือนที่ทนกำลังแรงลมไม่ไหวพังทะลายกระเบื้องหลังคาปลิวเป็นอันตรายต่อผู้คน ฝนตกหนักและอาจมีลูกเห็บตกได้ ในกรณีที่พายุมีกำลังแรงลูกเห็บอาจจะตกถูกผู้คนได้รับความบาดเจ็บและบ้านช่องเสียหายได้</p>
<p> </p>
<p><strong>การเตรียมการป้องกันอันตรายจากพายุ</strong>        <strong>  </strong>1. ติดตามสภาวะอากาศ ฟังคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาสม่ำเสมอ</p>
<p> </p>
<p>        <strong>  </strong>2. สอบถาม แจ้งสภาวะอากาศร้ายแก่กรมอุตุนิยมวิทยา</p>
<p>        <strong>  </strong>3. ปลูกสร้าง ซ่อมแซม อาคารให้แข็งแรง เตรียมป้องกันภัยให้สัตว์เลี้ยงและพืชผลการเกษตร </p>
<p>        <strong>  </strong>4. ฝึกซ้อมการป้องกันภัยพิบัติ เตรียมพร้อมรับมือ และวางแผนอพยพหากจำเป็น </p>
<p>        <strong>  </strong>5. เตรียมเครื่องอุปโภค บริโภค ไฟฉาย แบตเตอรี่ วิทยุกระเป๋าหิ้วติดตามข่าวสาร </p>
<p>        <strong>  </strong>6. เตรียมพร้อมอพยพเมื่อได้รับแจ้งให้อพยพ</p>
<p><strong>ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก</strong></p>
<p align="left">- <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸²à¸¢à¸¸à¸«à¸¡à¸¸à¸à¹€à¸à¸•à¸£à¹à¸­à¸" target="_blank">วิกิพีเดีย เรื่อง พายุหมุนเขตร้อน</a></p>
<p>- <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸§à¸²à¸•à¸ à¸±à¸¢" target="_blank">วิกิพีเดีย เรื่อง วาตภัย</a></p>
<p>- <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸²à¸£à¸•à¸±à¹à¸à¸à¸·à¹à¸­à¸à¸²à¸¢à¸¸à¸«à¸¡à¸¸à¸à¹€à¸à¸•à¸£à¹à¸­à¸" target="_blank">วิกิพีเดีย เรื่อง การตั้งชื่อพายุหมุนเขตร้อน</a></p>
<p>- <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸²à¸¢à¸¸" target="_blank">วิกิพีเดีย เรื่อง พายุ</a></p>
<p align="left"> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://sanroo.kapook.com/tropicalcyclone/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
