<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความ บทความดีๆ เกร็ดความรู้ &#187; นิ้วล็อค</title>
	<atom:link href="http://sanroo.kapook.com/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%84/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://sanroo.kapook.com</link>
	<description>ความรู้รอบตัว -Kapook แสนรู้</description>
	<lastBuildDate>Fri, 30 Oct 2009 10:05:32 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>นิ้วล็อค</title>
		<link>http://sanroo.kapook.com/lockfinger/</link>
		<comments>http://sanroo.kapook.com/lockfinger/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Oct 2008 08:13:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kanistha</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[การรักษานิ้วล็อค]]></category>
		<category><![CDATA[นิ้วล็อค]]></category>
		<category><![CDATA[โรคนิ้วล็อค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://sanroo.kapook.com/?p=13</guid>
		<description><![CDATA[



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจาก lockfinger.com
            เคยไหม&#8230; อยู่ดีๆ ก็ขยับนิ้วไม่ได้ จะงอก็ไม่ได้ จะยืดก็ไม่ได้ หรืออยู่ดีๆ นิ้วก็เกิดอาการกระตุกขึ้นมาซะอย่างงั้น… และนิ้วที่เป็นบ่อยคือนิ้วนาง นิ้วกลาง และนิ้วหัวแม่มือ (แต่จริงๆ แล้วก็สามารถเกิดได้กับทุกนิ้ว) แถมพอจะกระดิกนิ้วก็กระดิกไม่ได้อีก เพราะมันทั้งตึงทั้งเจ็บปวดมากๆ ซึ่งอาการเหล่านี้เรียกว่า &#8220;นิ้วล็อค&#8221; นั่นเอง
            &#8220;นิ้วล็อค&#8221; เป็นภาษาชาวบ้านที่เรียกกันง่ายๆ ตามอาการที่เป็น คือผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนนิ้วล็อค นั่นคือ กำมืองอนิ้วได้ แต่เวลาเหยียดนิ้วออก นิ้วใดนิ้วหนึ่งเกิดเหยียดไม่ออกเหมือนโดนล็อคไว้ จึงเป็นที่มาของคำว่า &#8220;นิ้วล็อค&#8221; ถ้าเรียกกันให้ถูกต้องแล้ว โรคนี้ต้องเรียกว่า &#8220;โรคนิ้วเหนี่ยวไกปืน&#8221; ภาษาอังกฤษเรียกว่า &#8220;Trigger Finger&#8221; เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของเยื้อหุ้มเส้นเอ็นงอนิ้ว ซึ่งอยู่ที่บริเวณฝ่ามือตรงตำแหน่งโคนนิ้ว มีโอกาสเป็นได้ทุกนิ้ว ผู้ป่วยบางคนอาจจะเป็น 2 หรือ 3 นิ้วพร้อมกัน (อูย&#8230; คงจะปวดน่าดู) 
            อย่างไรก็ตาม โรคนี้พบบ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และอายุที่พบบ่อยอยู่ที่ประมาณ 40 &#8211; 50 ปี โดยมากจะเกิดกับผู้ที่ใช้งานมือในลักษณะเกร็งนิ้วบ่อยๆ เช่น การทำงานบ้านต่างๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img style="width: 148px; height: 188px;" src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/other/index06.jpg" border="0" alt="นิ้วล็อค" width="148" height="188" /></p>
<p align="center"><img style="width: 229px; height: 123px;" src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/other/index04.jpg" border="0" alt="นิ้วล็อค" width="229" height="123" /></p>
<p align="center"><img style="width: 206px; height: 200px;" src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/other/index05.jpg" border="0" alt="นิ้วล็อค" width="206" height="200" /></p>
<p align="left">
<p>เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม<br />
ภาพประกอบจาก <a href="http://www.lockfinger.com/indexTh.html" target="_blank">lockfinger.com</a></p>
<p>            <strong>เคยไหม&#8230; อยู่ดีๆ ก็ขยับนิ้วไม่ได้ จะงอก็ไม่ได้ จะยืดก็ไม่ได้ หรืออยู่ดีๆ นิ้วก็เกิดอาการกระตุกขึ้นมาซะอย่างงั้น…</strong> และนิ้วที่เป็นบ่อยคือนิ้วนาง นิ้วกลาง และนิ้วหัวแม่มือ (แต่จริงๆ แล้วก็สามารถเกิดได้กับทุกนิ้ว) แถมพอจะกระดิกนิ้วก็กระดิกไม่ได้อีก เพราะมันทั้งตึงทั้งเจ็บปวดมากๆ ซึ่งอาการเหล่านี้เรียกว่า <strong>&#8220;นิ้วล็อค&#8221;</strong> นั่นเอง</p>
<p>           <span style="color: #800000;"><strong> &#8220;นิ้วล็อค&#8221;</strong> เป็นภาษาชาวบ้านที่เรียกกันง่ายๆ ตามอาการที่เป็น คือผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนนิ้วล็อค นั่นคือ <strong>กำมืองอนิ้วได้ แต่เวลาเหยียดนิ้วออก นิ้วใดนิ้วหนึ่งเกิดเหยียดไม่ออกเหมือนโดนล็อคไว้</strong> จึงเป็นที่มาของคำว่า <strong>&#8220;นิ้วล็อค&#8221;</strong> ถ้าเรียกกันให้ถูกต้องแล้ว โรคนี้ต้องเรียกว่า <strong>&#8220;โรคนิ้วเหนี่ยวไกปืน&#8221;</strong> ภาษาอังกฤษเรียกว่า <strong>&#8220;Trigger Finger&#8221;</strong> เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของเยื้อหุ้มเส้นเอ็นงอนิ้ว ซึ่งอยู่ที่บริเวณฝ่ามือตรงตำแหน่งโคนนิ้ว มีโอกาสเป็นได้ทุกนิ้ว ผู้ป่วยบางคนอาจจะเป็น 2 หรือ 3 นิ้วพร้อมกัน (อูย&#8230; คงจะปวดน่าดู) </span></p>
<p>            <strong>อย่างไรก็ตาม โรคนี้พบบ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และอายุที่พบบ่อยอยู่ที่ประมาณ 40 &#8211; 50 ปี</strong> โดยมากจะเกิดกับผู้ที่ใช้งานมือในลักษณะเกร็งนิ้วบ่อยๆ เช่น <strong>การทำงานบ้านต่างๆ การบิดผ้า การหิ้วของหนัก การใช้กรรไกรตัดกิ่งไม้ ตัดผ้า การยกของหนักต่างๆ เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #800080;"><span style="color: #800080;"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/dookdik/584-emoticon-5402.gif" border="0" alt="" /></span>  อาการของโรคนี้แบ่งเป็น 4 ระยะ คือ</span> <br />
</strong><br />
            <strong>1. ระยะแรก</strong> มีอาการปวดเป็นอาการหลัก โดยจะมีอาการปวดบริเวณโคนนิ้วมือ และจะมีอาการปวดมากขึ้น ถ้าเอานิ้วกดบริเวณฐานนิ้วมือด้านหน้า แต่ยังไม่มีอาการติดสะดุด</p>
<p>             <strong>2. ระยะที่สอง</strong> มีอาการสะดุด (triggering) เป็นอาการหลัก และอาการปวดก็มักจะเพิ่มมากขึ้นด้วย เวลาขยับนิ้ว งอ และเหยียดนิ้ว จะมีการสะดุดจนรู้สึกได้</p>
<p>             <strong>3. ระยะที่สาม</strong> มีอาการติดล็อคเป็นอาการหลัก โดยเมื่องอนิ้วลงไปแล้ว จะติดล็อคจนไม่สามารถเหยียดนิ้วออกเองได้ ต้องเอามืออีกข้างมาช่วยแกะ หรืออาจมีอาการมากขึ้นจนไม่สามารถงอนิ้วลงได้เอง</p>
<p>             <strong>4. ระยะที่สี่</strong> มีการอักเสบบวมมาก จนนิ้วบวมติดอยู่ในท่างอเล็กน้อย ไม่สามารถเหยียดให้ตรงได้ ถ้าใช้มือมาช่วยเหยียดจะปวดมาก </p>
<p><span style="color: #800080;"><span style="color: #800080;"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/dookdik/584-emoticon-5402.gif" border="0" alt="" /></span><strong>  </strong></span><strong><span style="color: #800080;">วิธีป้องกัน &#8220;โรคนิ้วล็อค&#8221;</span></p>
<p></strong>          <strong>  1. ไม่หิ้วของหนัก</strong> เช่น ถุงพลาสติก ตะกร้า ถังน้ำ ถ้าจำเป็นต้องหิ้ว ควรใช้ผ้าขนหนูรองและหิ้วให้น้ำหนักตกที่ฝ่ามือ แทนที่จะให้น้ำหนักตกที่ข้อนิ้วมือ หรือใช้วิธีการอุ้มประคองช่วยลดการรับน้ำหนักที่นิ้วมือได้</p>
<p>            <strong>2. ไม่ควรบิดหรือซักผ้าด้วยมือเปล่าจำนวนมากๆ</strong> และไม่ควรบิดผ้าให้แห้งสนิท เพราะจะยึดปลอกหุ้มเอ็นจนคราก และเป็นจุดเริ่มต้นของโรคนิ้วล็อค</p>
<p>           <strong> 3. นักกอล์ฟที่ต้องตีแรง ตีไกล ควรใส่ถุงมือ</strong> หรือใช้ผ้าสักหลาดหุ้มด้ามจับให้หนาและนุ่มขึ้น เพื่อลดแรงปะทะ และไม่ควรไดร์กอล์ฟต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ </p>
<p>            <strong>4. เวลาทำงานที่ต้องอาศัยอุปกรณ์ช่าง</strong> ควรระวังการกำหรือบดเครื่องมือทุ่นแรง เช่น ไขควง เลื่อย ค้อน ฯลฯ ควรใส่ถุงมือหรือห่อหุ้มด้ามจับให้ใหญ่และนุ่มขึ้น</p>
<p>            <strong>5. ชาวสวนควรระวังเรื่องการตัดกิ่งไม้ด้วยกรรไกร</strong> หรืออื่นๆ ที่ใช้แรงมือควรใส่ถุงมือเพื่อลดการบาดเจ็บของปลอกเอ็นกับเส้นเอ็น และควรใช้สายยางรดน้ำต้นไม้แทนการหิ้วถังน้ำ</p>
<p>            <strong>6. คนที่ยกของหนักๆ เป็นประจำ</strong> เช่นคนส่งน้ำขวด ถังแก๊ส แม่ครัวพ่อครัว ควรหลีกเลี่ยงการยกมือเปล่า ควรมีผ้านุ่มๆ มารองจับขณะยก และใช้เครื่องทุ่นแรง เช่น รถเข็น รถลาก</p>
<p>           <strong> 7. หากจำเป็นต้องทำงานที่ต้องใช้มือกำ หยิบ บีบ</strong> เครื่องมือเป็นเวลานานๆ ควรใช้เครื่องทุ่นแรง เช่น ใช้ผ้าห่อที่จับให้หนานุ่ม เช่น ใช้ผ้าห่อด้ามจับตะหลิวในอาชีพแม่ครัวพ่อครัว</p>
<p>          <strong>  8. งานบางอย่างต้องใช้เวลาทำงานนานต่อเนื่อง</strong> ทำให้มือเมื่อยล้าหรือระบม ควรพักมือเป็นระยะๆ เช่นทำ 45 นาที ควรจะพักมือสัก 10 นาที</p>
<p><span style="color: #800080;"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/dookdik/584-emoticon-5402.gif" border="0" alt="" /></span><strong><span style="color: #800080;">  สำหรับวิธีการรักษา &#8220;โรคนิ้วล็อค&#8221; ประกอบไปด้วย&#8230;</span></strong> </p>
<p>           <strong> 1. การใช้ยารับประทาน</strong> เพื่อลดการอักเสบ ลดบวม และลดอาการปวด ร่วมกับพักการใช้มือ</p>
<p>            <strong>2. การใช้วิธีทางกายภาพบำบัด</strong> ได้แก่ การใช้เครื่องดามนิ้วมือ การนวดเบาๆ การใช้ความร้อนประคบ และการออกกำลังกายเหยียดนิ้ว โดยการรักษาด้วยยาและกายภาพบำบัด อาจใช้ร่วมกันได้ และมักใช้ได้ผลดีเมื่อมีอาการของโรคในระยะแรก และระยะที่สอง</p>
<p>            <strong>3. การฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่</strong> เพื่อลดการอักเสบ ลดปวดและลดบวม เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพค่อนข้างมาก ส่วนมากมักจะหายเจ็บ บางรายอาการติดสะดุดจะดีขึ้น แต่การฉีดยามักถือว่าเป็นการรักษาแบบชั่วคราว และข้อจำกัดก็คือ ไม่ควรฉีดยาเกิด 2 หรือ 3 ครั้ง ต่อ 1 นิ้วที่เป็นโรค การรักษาโดยการฉีดยานี้สามารถใช้ได้กับอาการของโรคตั้งแต่ระยะแรกจนถึงระยะท้าย</p>
<p>          <strong>  4. การรักษาโดยการผ่าตัด</strong> ถือว่าเป็นการรักษาที่ดีที่สุดในแง่ที่จะไม่ทำให้กลับมาเป็นโรคอีก หลักในการผ่าตัด คือ ตัดปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่หนาอยู่ให้เปิดกว้างออก เพื่อให้เส้นเอ็นเคลื่อนผ่านได้โดยสะดวก ไม่ติดขัดหรือสะดุดอีก ทั้งนี้ การผ่าตัดแบ่งออกได้เป็น 2 วิธี คือ การผ่าตัดแบบเปิด เป็นวิธีมาตรฐาน ที่ควรทำในห้องผ่าตัด โดยฉีดยาชาเฉพาะที่ผ่าตัดเสร็จก็กลับบ้านได้ หลังผ่าตัดหลีกเลี่ยงการใช้งานหนัก และการสัมผัสนิ้ว ประมาณ 2 สัปดาห์</p>
<p>            <span style="color: #000080;"><strong>อีกวิธีเป็นการผ่าตัดแบบปิด โดยการใช้เข็มเขี่ยหรือสะกิดปลอกหุ้มเอ็นออก </strong>โดยแทบไม่มีแผลให้เห็น โดยวิธีนี้อาจมีผลแทรกซ้อนได้ถ้าไปเขี่ยหรือสะกิดถูกเส้นประสาท ดังนั้น จึงไม่แนะนำสำหรับนิ้วที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเส้นประสาทสูง คือ นิ้วหัวแม่มือ และนิ้วชี้ และการผ่าตัดแบบปิดนี้ใช้ได้สำหรับคนไข้ที่มีอาการของโรคตั้งแต่ระยะที่สองขึ้นไป<br />
</span><br />
            <strong>อย่างไรก็ตาม แม้โรคนิ้วล็อคจะเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ แต่เพื่อนๆ ก็ควรป้องกันไว้ดีกว่าแก้ตามวิธีที่เรานำมาแนะนำนะคะ</strong></p>
<p align="left">
<p>ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก</p>
<p>- <a href="http://161.200.96.230/ortho/index.php?option=com_content&amp;task=view&amp;id=24&amp;Itemid=38" target="_blank">ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</a><br />
- <a href="http://www.dmsc.moph.go.th/webroot/SamutSongkhram/knowledge/s22/s22-2.htm" target="_blank">นิตยสารชีวจิต ปีที่ 8 ฉบับ 16 มิถุนายน 2549 </a><br />
- <a href="http://www.redcross.or.th/pr/pr_news.php4?db=3&amp;naid=841" target="_blank">คอลัมน์  พบแพทย์ จุฬาฯ หนังสือพิมพ์มติชน  ฉบับวันศุกร์ที่  31  มีนาคม  2549</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://sanroo.kapook.com/lockfinger/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
